โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมาป่าสวนสัตว์งับมือเด็กคาคอก หลังคลานทะลุรั้วกั้นขณะพ่อแม่มัวแต่เล่นมือถือ

เดลินิวส์

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 3.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่สวนสัตว์ในสหรัฐ เมื่อเด็กน้อยวัย 17 เดือนคลานเข้าเขตหวงห้ามจนถูกหมาป่างับมือ ขณะที่พ่อแม่ถูกตั้งข้อหาละเลยความปลอดภัยเด็ก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สวนสัตว์ซูอเมริกา ภายในสวนสนึกธิมปาร์คเฮอร์ชี เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน เวลาประมาณ 11.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเด็กชายวัยเพียง 17 เดือน แอบคลานลอดรั้วกั้นเขตหวงห้ามเข้าไปยังกรงหมาป่า ก่อนจะยื่นมือเข้าไปในคอกและถูกหมาป่างับเข้าที่มือ ท่ามกลางความตกใจของผู้เห็นเหตุการณ์ที่ระบุว่า พ่อแม่ของเด็กกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในขณะนั้น

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เด็กน้อยอาศัยช่วงที่พ่อแม่ไม่ได้สังเกต คลานลอดรั้วล้อมรอบชั้นนอกและตรงไปยังตาข่ายเหล็กซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมาป่าสีเทา ผู้เห็นเหตุการณ์ต้องรีบเข้าช่วยดึงตัวเด็กออกมา เมื่อเห็นว่าหมาป่าพยายามดึงตัวเด็กเข้าหากรง ขณะที่พ่อแม่ คือ แคร์รี ซอร์เทอร์ วัย 43 ปี และ สตีเวน วิลสัน วัย 61 ปี นั่งอยู่บนม้านั่งห่างออกไปเพียง 25 ฟุต โดยตำรวจท้องที่ระบุว่าทั้งคู่มัวแต่สนใจสมาร์ทโฟนของตนเอง

ทางด้านโฆษกของซูอเมริกาออกมาชี้แจงว่า พฤติกรรมของหมาป่าเป็นการ "สำรวจ" ตามสัญชาตญาณ ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายรุนแรง โดยหมาป่ามักจะใช้ปากในการทดสอบสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาใกล้ ซึ่งในกรณีนี้ มันเพียงแค่คาบมือเด็กไว้ชั่วครู่ก่อนจะปล่อยไป อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์ย้ำว่าระบบกั้นเขตมีการป้องกันหลายชั้นและมีป้ายเตือนชัดเจน แต่ผู้เข้าชมก็ต้องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาด้วย

เบื้องต้นเด็กชายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและได้รับการปฐมพยาบาลจนปลอดภัยแล้ว แต่พ่อและแม่ของเด็กถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาฐานกระทำความผิดลหุโทษระดับที่ 1 ข้อหาทำให้สวัสดิภาพเด็กตกอยู่ในอันตราย จากความประมาทเลินเล่อในครั้งนี้

ที่มา : thesun.co.uk

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...