โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.ยุติธรรม เตรียมตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ สั่ง DSI เร่งเเกะรอยน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายกลางทะเล

Khaosod

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 05.25 น.

รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เร่งเเกะรอยน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายกลางทะเล เที่ยงนี้ต้องได้ข้อมูลชื่อเรือ-เที่ยวเรือเอี่ยวตุนน้ำมันล่องหน บริษัทเจ้าของเรือต้องอธิบายให้ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันล่องหนกลางทะเล เตรียมตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่เพิ่มเติมเร็วนี้

วันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงการมอบนโยบายแก่ข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ว่า วันนี้ตนเข้ามาที่กระทรวงยุติธรรมเป็นรอบสอง ซึ่งก็มีผู้บริหารแต่ละกรมฯ มาร่วมแสดงความยินดี ส่วนในเรื่องของนโยบาย อาจจะต้องมีการประชุมกันอีกครั้งเพื่อมอบนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนได้มีการศึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะมาถ่ายทอดให้กับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ตนคิดว่าจะต้องดำเนินการ คือ โครงการในพระราชดำริ นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องภารกิจสำคัญการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องดูนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก

แต่เบื้องต้น ยังไม่ได้มองถึงการแก้ไขทบทวนกฎหมายฉบับใดเป็นหลัก และนอกจากนี้ทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้มีการกำชับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะทำงานแบบ Work From Home ซึ่งเราก็มีการวางระบบไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน ว่า สำหรับกรณีที่มีน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายไปกลางทะเล และต้องเร่งตรวจสอบว่าปลายทางไปที่ใดนั้น ตนขอยืนยันว่ามันเป็นการ Ship-to-ship คือเทียบจากเรือ ในการถ่ายโอนน้ำมันไปเรืออื่น ซึ่งตอนนี้เราต้องพิสูจน์ทราบว่าไปที่เรือใดบ้าง

โดยวานนี้ (6 เม.ย.) ตนได้สั่งให้ดีเอสไอรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนภายในเวลา 12.00 น. วันนี้ เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีปริมาณจำนวนน้ำมันที่หายไปกลางทะเลเท่าใด มีเรือกี่เที่ยว กี่ลำที่เข้ามาเกี่ยวข้องจนถึงปลายทาง ซึ่งเบื้องต้นตั้งแต่ตรวจพบคราวก่อนยังเป็นตัวเลข 57 ล้านลิตร

ทั้งนี้ นอกจากในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ยังมีพื้นที่ของจังหวัดชุมพร และจังหวัดสงขลา ที่เราต้องทำต่อเนื่องไปด้วย

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยอีกว่า สำหรับกรณีน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลนั้น เราก็พยายามตรวจสอบดูปลายทางว่าน้ำมันหายไปที่ไหนบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องการรวบรวมข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ที่ได้มีการทยอยส่งข้อมูลมาบ้างแล้ว และเราก็ได้มีการส่งรายชื่อเรือที่เกี่ยวข้องไปให้เขาช่วยตรวจสอบ

โดย ศรชล. จะช่วยมอนิเตอร์ให้ เพราะ ศรชล. สามารถดูข้อมูลย้อนหลังเส้นทางการเดินเรือได้ถึง 90 วัน ซึ่งสามารถรู้รายละเอียดได้ ทั้งนี้ เรือที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมดทราบว่าเป็นเรือที่มาจากหลากหลายบริษัท ส่วนเรืออยู่ในน่านน้ำทะเลไทยหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกอีกครั้ง เพราะอาจจะมีการจอดเทียบฝั่ง หรือลอยลำอยู่กลางทะเล

เมื่อถามว่าจะมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับเรือเหล่านี้อย่างไร เพราะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเรืออาจจอดเสียหรือไปชะลออยู่กลางทะเล โดยไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นการกักตุนน้ำมันนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เราพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายและทุกคน ซึ่งมันก็ต้องพิสูจน์ในส่วนที่ว่าการจอดเรือเสีย มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่หายไปกลางทะเลหรือไม่ เพราะน้ำมันที่หายไปมันมีปริมาณหลายแสนลิตร

อย่างน้อยก็ต้องมีหลักฐานที่ใช้ยืนยันในส่วนนี้ให้ได้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าปริมาณน้ำมันที่หายกลางทะเล อาจไม่ใช่แค่ 57 ล้านลิตรแต่สูงถึง 70 ล้านลิตรนั้น เรื่องนี้ตนต้องขอนำไปตรวจสอบก่อน

เมื่อถามว่าบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันว่าปริมาณน้ำมันคงคลัง 2,000,000 ลิตรดังกล่าวที่ตรวจพบ ไม่ได้เป็นการสต๊อกเพื่อเก็งกำไร แต่มีไว้เพื่อเตรียมจำหน่ายให้กับพาร์ตเนอร์ลูกค้าตนเอง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยืนยันว่าตนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งเขาก็มีหน้าที่ต้องนำหลักฐานมาชี้แจง ตนเชื่อว่าดีเอสไอย่อมให้ความเป็นธรรมได้อยู่แล้ว

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยอีกว่า สำหรับกรณีโรงกลั่นที่มีจำนวน 6 แห่งในประเทศไทย เบื้องต้นตนและหลายหน่วยงานได้ไปตรวจสอบดูแล้วพบว่าไม่พบข้อพิรุธ เพราะว่าโรงกลั่นมีความจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากโรงกลั่นอยู่แล้ว โรงกลั่นไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำมันไว้ได้ ส่วนกรณีเมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นถูกส่งไปถึงบริษัทคลังน้ำมัน

เบื้องต้นยังเจอในกรณีของบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ปรากฏในข่าว แต่ก็คงยังมีส่วนอื่นอีก ซึ่งก็ต้องมีการเปิดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป เพราะน่าเชื่อว่าอาจมีบริษัทคลังน้ำมันเจ้าอื่นที่มีลักษณะกักตุนน้ำมันสำหรับเก็งกำไร

ทั้งนี้ การตรวจสอบย่อมเริ่มมาจากการตรวจพบความผิดปกติ แต่เมื่อเราตรวจสอบ เราก็ต้องตรวจสอบโดยให้ความเป็นธรรม เขามีพยานหลักฐานมายืนยัน เราก็ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า กรณีที่พบความผิดปกติเรื่องกักตุนน้ำมันล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ มีความเกี่ยวข้องในเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ส่วนดังกล่าวคือการยกกรณีตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งก็มีในภาคอื่นด้วย อย่างที่มีการจับกุมแล้วไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดอ่างทอง ในอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก หรือจังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

อีกทั้งเรื่องของระบบการขนส่ง ที่มีการลักลอบไปแถวภาคเหนือ แต่อันนี้ที่เราพูดกันคือแค่ส่วนเดียว ซึ่งมันก็มีในภาคอื่นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ต้องมีการเปิดปฏิบัติการขยายผลเพื่อดูรายละเอียดต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยเร็วนี้จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันอื่น ๆ ตามที่หน่วยงานภาคีได้รายงานข้อมูลความผิดปกติมาให้รับทราบ ซึ่งเราก็ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป แต่เราต้องบอกก่อนว่าเขายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ส่วนจะเป็นบริษัทคลังน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้หรือภาคตะวันออก ขอไปดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

โดยในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย.นี้ เราจะได้มีการประมวลรายละเอียดเรื่องการกักตุนน้ำมันทั้งหมดนำเสนอเข้าสู่บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เพื่อขอให้พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ โดยจะเน้นในเรื่องของปัญหาการกักตุนน้ำมัน ไม่ใช่แค่เพียงในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพียงเท่านั้น แต่เราจะรวบรวมในทุกมิติที่ได้มีการตรวจสอบร่วมกัน

โดยฐานความผิดเบื้องต้นที่จะรับไว้เป็นคดีพิเศษ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ตนมองว่าพฤติกรรมแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน จึงคาดว่าน่าจะมีกฎหมายฉบับอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

เมื่อถามว่าสังคมตั้งข้อสังเกตว่าการกักตุนน้ำมันในครั้งนี้มีลักษณะทั้งเป็นกองทัพมดและน้ำมันที่ถูกถ่ายโอนหายไปกลางทะเล ไม่สามารถที่จะกระทำการโดยตัวคนเดียวได้ ต้องมีลักษณะเป็นการอั้งยี่ หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า อย่างไรขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะข้อมูลมันถูกจัดเก็บจากหลายส่วน และหลายหน่วยงาน

จึงขอตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง และอธิบดีดีเอสไอก็ทำงานโดยไม่ได้หยุดหย่อน ซึ่งตนก็ได้ให้เวลาจนถึงเที่ยงวันนี้ ไม่รีบนะ แต่บอกว่าเที่ยง (พร้อมก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง)

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า คดีสืบสวนการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ในช่วงสถานการณ์ปรับลดอัตราชดเชยราคากองทุนน้ำมันเชื้อ จะถูกนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น. ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ในวันที่ 7 เม.ย. ช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00-12.00 น. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยคณะพนักงานสืบสวนคดีกักตุนน้ำมัน ได้มีการประชุมที่ห้องวอร์รูม (War Room) หารือเรื่องข้อมูลจำนวนเที่ยวเรือ และชื่อเรือที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการถ่ายโอนน้ำมันกลางทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเสนอข้อมูลทั้งหมดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับทราบภายในเที่ยงวันนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รมว.ยุติธรรม เตรียมตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ สั่ง DSI เร่งเเกะรอยน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายกลางทะเล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...