เซี่ยงไฮ้นำ AI แก้ปัญหาการจราจรติดขัด ยกระดับประสิทธิภาพสัญญาณไฟทั่วมหานคร
นครเซี่ยงไฮ้เดินหน้าใช้ระบบจัดการจราจรอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการเดินทางและลดปัญหาการจราจรติดขัด หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือ การนำแผนช่องทางจราจรแบบปรับทิศทางได้มาใช้บนถนนฉางไห่ เขตหยางผู่ ซึ่งมีปริมาณการจราจรหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้า
ระบบ AI เปลี่ยนช่องทางจราจรเดิมที่มี 4 ช่องทางใน 2 ทิศทาง ให้เป็น 3 ช่องทางฝั่งตะวันตก–ตะวันออก และอีก 1 ช่องทางแบบปรับทิศทางได้ในฝั่งตะวันออก–ตะวันตก ส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์บนถนนสายนี้เพิ่มขึ้นจาก 17.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 26.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Liu Chengjie ตำรวจจราจร อธิบายว่า ระบบนี้สามารถติดตามการจราจรบริเวณทางแยกได้แบบเรียลไทม์ และใช้การวิเคราะห์ของ AI เพื่อเสนอแนวทางจัดการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพจริงในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากนี้ ระบบ AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสัญญาณไฟจราจรได้อย่างชัดเจน โดยสามารถปรับสัดส่วนช่วงเวลาไฟเขียวโดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปควบคุมด้วยตนเอง
โมเดลดังกล่าว ได้รับการฝึกฝนจากแผนการจัดการจราจรของตำรวจและโครงข่ายถนนในเมือง ทำให้สามารถวิเคราะห์และปรับปรุงแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรได้อย่างชาญฉลาดและต่อเนื่อง
Lu Zhuoliang เจ้าหน้าที่คณะทำงานบรรเทาปัญหาการจราจรด้วย AI กองบริหารจัดการจราจร สำนักงานความมั่นคงสาธารณะนครเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า โดยปกติ การฝึกระบบเพื่อรองรับสถานการณ์ใหม่ 1 รูปแบบต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ปัจจุบันทีมงานเพิ่มรูปแบบสถานการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้โมเดลสามารถเรียนรู้ลักษณะการจราจรของแต่ละทางแยกได้ลึกยิ่งขึ้น และวิเคราะห์เงื่อนไขที่ซับซ้อนได้ครอบคลุมมากขึ้น
ขณะนี้ โมเดล AI สำหรับบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดถูกนำไปใช้แล้วในทางแยกกว่า 360 แห่ง ทั่วนครเซี่ยงไฮ้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจราจรโดยรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 12.9 และคาดว่าจะขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทางแยก 1,800 แห่ง ภายในเดือนตุลาคมนี้
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)