TACC เปิดงบ Q1/69 กำไรพุ่ง 36% รับอานิสงส์ ‘ชาไทย-ชาเขียว’ ฮอต ฟันรายได้กว่า 638 ล้าน
ยอดขายผ่านเซเว่นฯ โตแรงทั้งในและต่างประเทศ ดันผลงานไตรมาสแรกโตทะลุเป้า เดินหน้าบริหารต้นทุนอยู่หมัด พร้อมกางแผน M&A และ JV ปั้นธุรกิจใหม่เสริมทัพ มั่นใจรายได้ปี 69 เข้าเป้า Double Digit ปักหมุดลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิม
11 พฤษภาคม 2569 - บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2569 โชว์ความแข็งแกร่งด้วยรายได้จากการขาย 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.50% ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 99.67 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 36.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพรวมการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวชัดเจนและการขยายตัวของคู่ค้าหลัก
ปัจจัยบวกสำคัญที่ผลักดันให้ผลงานไตรมาสแรกโตโดดเด่น มาจากการเติบโตของปริมาณการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะกระแสความนิยมของเครื่องดื่มประเภทชาไทยและชาเขียวที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจได้ตรงตามเป้าหมาย
เซเว่นฯ ยังเป็นหัวหอกหลักทั้งไทยและอาเซียน
โครงสร้างรายได้ของ TACC ในช่วงต้นปีนี้ได้รับแรงส่งมหาศาลจากการขยายตัวของร้าน 7-Eleven ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (Key Strategic Partner) ได้พัฒนาเมนูใหม่ๆ ทั้งในส่วนของโถกด (7-Select) และเครื่องดื่ม Non-Coffee ในมุม All Café ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ
"ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ยังเติบโตตามแผนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในเซเว่นฯ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่ม Non-7-Eleven อีกทั้งยังบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" - ชัชชวี วัฒนสุข, CEO TACC
นอกเหนือจากช่องทางร้านสะดวกซื้อรายใหญ่แล้ว ยอดขายจากกลุ่ม B2C หรือ Non-7-Eleven ยังมีการขยายตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการรุกเข้าสู่กลุ่มธุรกิจคาเฟ่ (Café Business) และการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความหลากหลายให้กับฐานรายได้ของบริษัทฯ
ปี 69 : รุกหนัก Double Digit และ New S-Curve
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 TACC ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในระดับ 10% หรือ Double Digit โดยจะเน้นการขับเคลื่อนผ่าน 2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ กลุ่ม 7-Eleven ที่เน้นพัฒนาเมนูหลัก (Core Menu) และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่มุ่งเน้นการหาพันธมิตรใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของปีนี้คือการเตรียมพร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทฯ มีแผนเร่งขยายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิม ผ่านแนวทางดังนี้:
- การควบรวมกิจการ (M&A): มองหาโอกาสซื้อกิจการที่มีศักยภาพเพื่อเสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอ
- การร่วมทุน (JV): จับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่
- New S-Curve: การแสวงหาธุรกิจใหม่ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ในอนาคต
ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ TACC ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว
การเปิดงบด้วยกำไรที่พุ่งสูงกว่า 36% ในไตรมาสแรกนี้ จึงถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่า ผลการดำเนินงานรวมทั้งปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งขึ้นในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและคอนซูเมอร์ระดับภูมิภาคต่อไป