เปิดใจ2ชาวบ้านหาอึ่ง เจอทหารเขมร หลังโฆษกทัพบกขอโทษ บอกเข้าใจผิด ย้ำยังยืนยันไม่ได้
เปิดใจ2ชาวบ้านหาอึ่ง เจอทหารเขมร หลังโฆษกทัพบกขอโทษ บอกเข้าใจผิด ย้ำยังยืนยันไม่ได้ เตรียมยกระดับความปลอดภัย สั่งเพิ่มกำลังลาดตระเวนให้ถี่ขึ้น
วันที่ 11 พ.ค.2569 กรณีนายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ม.7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด และนายประยูร บุญค้ำ อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ม.8 บ้านสายโท2จ.บุรีรัมย์ ออกไปหาอึ่ง บริเวณบุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน บ้านสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
แล้วไปเจอทหารเขมรพร้อมอาวุธกว่า 10 คนบริเวณบนดงแถว”ฐานแมงป่อง”เขตอธิปไตยของประเทศไทย จากนั้นทั้งสองอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีออกมาได้ทหารเขมรยังได้ยิงปืนขู่อีก 1 นัด ก่อนจะออกจากป่ามาได้ใช้เวลานานกว่า 4 ชม.
เรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะจบด้วยดี แต่กลับเกิดดราม่าขึ้นอีก หลังจากโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า”ไม่เป็นความจริง”คนที่ชาวบ้านพบเป็นคนไทยแต่พูดภาษาเขมรและไม่ได้ยิงปืนไล่ ทำให้คนประสบเหตุและชาวบ้านต่างออกมาแสดงความไม่พอใจโฆษกกองทัพ พร้อมกับต่อว่าที่เคยนับถือมานานแต่กลับไม่ฟังเสียงชาวบ้านที่ไปประสบเหตุ เหมือนเป็นการผลักภาระให้ชาวบ้านสู้กับทหารเขมรตามลำพัง
จนกระทั่งในเวลาต่อมาพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาขอโทษและยอมรับข้อผิดพลาด ในกระบวนการตรวจสอบข้อมูลในตอนแรกที่ยัง "ไม่สมบูรณ์" และรีบสื่อสารออกไป จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด
สำหรับ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผู้ก่อเหตุ ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นทหารกัมพูชา เนื่องจากกองทัพ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นทหารจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายที่แต่งกายเลียนแบบ และกรณีที่ ชาวบ้านระบุว่า ถูกไล่ยิงหรือเกือบถูกจับตัว เป็นข้อมูลจากฝั่งชาวบ้านเพียงด้านเดียว เบื้องต้น ทางกองทัพ รับฟังและรวบรวมแล้ว แต่จากการลงพื้นที่ยังไม่พบเบาะแสเพิ่มเติม
ส่วนพื้นที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่ราบ ที่ชาวบ้านสัญจรปกติ ไม่ใช่จุดที่มีการแย่งชิงเขตแดน หรือ มีทหารประจำการหนาแน่น เหมือนจุดเสี่ยงอื่นๆ หลังจากนี้ยกระดับความปลอดภัย สั่งเพิ่มกำลังลาดตระเวนให้ถี่ขึ้น
ทั้งนี้ ขอขอบคุณชาวบ้าน ย้ำว่ากองทัพไม่ได้ละเลย และถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุความผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบ
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี คนที่ออกมาให้ข่าว ว่าโฆษกกองทัพได้ออกมาขอโทษแล้ว พร้อมจะยกระดับความปลอดภัย ยังจะกล้าเข้าไปหาของป่าอีกหรือไม่ นายอภิรักษ์และนายประยูร พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังจะต้องออกไปหากินเหมือนเดิม เพราะบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ของประเทศไทยไม่ใช่ของเขมร
ส่วนกรณีที่ชาวจังหวัดสุรินทร์ถูกทหารเขมรจับไปแล้วต้องไปขึ้นศาลที่กัมพูชา ฐานหลบหนีเข้าเมือง นั้นส่วนตัวมองว่าคนไทยรู้ดีไม่เข้าล้ำเขตไปอย่างแน่นอน คาดว่าทหารเขมรล้ำเข้ามาแล้วจับคนไทยไปมากกว่า
ด้านนายกิจตพัฒน์ สุดชนะ ผู้ใหญ่บ้านสายโท 2 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด กล่าวว่า ตอนนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระวังมากขึ้น การออกไปทำงานในป่าจะต้องไปเป็นกลุ่ม 2-3 คนขึ้นไป ส่วนชาวบ้านที่จะออกไปกรีดยาง ควรจะออกไปตอนตี 4 หรือตี 5 แทนการกรีดกลางดึกเพราะเกรงว่าจะเป็นอันตราย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจ2ชาวบ้านหาอึ่ง เจอทหารเขมร หลังโฆษกทัพบกขอโทษ บอกเข้าใจผิด ย้ำยังยืนยันไม่ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th