“สหรัฐ” เล็งคลายคว่ำบาตรเวเนซุเอลา เร่งเติมน้ำมันสู่ตลาดโลก
"สหรัฐ" เตรียมเปิดทางบริษัทต่างชาติเข้าลงทุนในภาคพลังงาน หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง 40% แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้กำลังผลิตเวเนซุเอลาเพิ่มได้จำกัดในระยะสั้น
วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 03.18 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อผ่อนคลายคว่ำบาตรภาคน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มาตรการดังกล่าว ซึ่งอาจประกาศได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ รวมถึงการออกใบอนุญาตเฉพาะ (individual licenses) เพิ่มเติม เพื่อเปิดทางให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลาได้โดยไม่ขัดต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมจัดตั้งกลไกใหม่ที่เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของบริษัทในวงกว้างมากขึ้น แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ในรูปแบบใบอนุญาตทั่วไปหรือไม่
ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการบางส่วนแล้ว เพื่อเปิดทางให้บริษัทพลังงานรายใหญ่กลับเข้าไปดำเนินงานในเวเนซุเอลา และสนับสนุนแผนลงทุนฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
บริษัทที่คาดว่าจะได้รับอนุญาตเพิ่มเติม ได้แก่ ONGC Videsh ของอินเดีย, Maha Capital จากสวีเดน และ J&F Investimentos จากบราซิล ขณะที่บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ เช่น Chevron, BP, Shell, Repsol และ Eni ได้รับใบอนุญาตไปแล้วก่อนหน้านี้
แรงผลักสำคัญของนโยบายนี้มาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทำให้รัฐบาลวอชิงตันต้องเร่งหาแหล่งอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาด
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าเวเนซุเอลาอาจไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้รวดเร็วพอที่จะช่วยบรรเทาราคาน้ำมันในระยะสั้น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ทรุดโทรมจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด การขาดการลงทุน และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรในอดีต โดยปัจจุบันประเทศผลิตน้ำมันได้ราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเพียงหนึ่งในสามของระดับสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1990
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เวเนซุเอลาอาจเพิ่มกำลังการผลิตได้เพียงประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2569 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับความต้องการน้ำมันของโลก
แม้ผลกระทบจะมีจำกัดในระยะสั้น แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงเดินหน้าผลักดันให้น้ำมันจากทุกแหล่งเข้าสู่ตลาด โดยก่อนหน้านี้ได้ผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนต่อการค้าน้ำมันรัสเซีย และชะลอแรงกดดันต่ออินเดียในการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานโลก
อ้างอิง : bloomberg.com