โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“สนธิญา” ยื่น 3 ข้อเสนอ ขอรัฐบาลตักเตือน การตุนน้ำมัน-การเสนอข่าวน้ำมันขาดแคลน สร้างความสับสนวุ่นวาย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สนธิญา” ยื่น 3 ข้อเสนอ ขอรัฐบาลตักเตือน การตุนน้ำมัน-การเสนอข่าวน้ำมันขาดแคลน สร้างความสับสนวุ่นวาย ถาม รบ.ที่ผ่านมา เหตุไม่สานต่อสัมพันธ์ ซาอุฯ ขอสร้างโรงกลั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ แม้ไม่ใช่ของไทย แต่บ่งชี้ถึงความมั่นคง

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เพื่อให้สั่งการตรวจสอบ ดำเนินการ เกี่ยวกับ การเสนอข่าว การกักตุนน้ำมันและการเสนอข่าวน้ำมันขาดแคลน ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง ทำให้แตกตื่น ต่อประชาชนหมู่มาก ของหน่วยงานต่างๆ

นายสนธิญา ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทะเลอาหรับ เป็นที่มาทำให้โรงกลั่นน้ำมันและเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหรือไปประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ ส่งผลให้ได้รับผลกระทบ ประกอบกับกรณีขณะนี้รัฐบาล นายอนุทิน เป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่สามารถดำเนินการต่างๆ ได้ตามกระบวนการกฎหมาย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้รัฐบาลรักษาการก็แถลงอยู่ตลอดเวลา และตนก็เช็คข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ว่าปัจจุบันเรามีน้ำมันสำรองได้ประมาณ 102 วัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีสื่อมวลชนบางคน มีการนำข่าวรถที่ไปต่อแถว คนที่ไปซื้อน้ำมันแล้วโดนรถชนเสียชีวิตมาเสนอ และประกาศบอกว่าสถานการณ์ของน้ำมันขณะนี้คือสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นและด้วยความวุ่นวาย สับสน อลม่านที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งที่รัฐบาลก็ประกาศชัดเจนแล้วว่ามีการอุ้มราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นดีเซลหรือเบนซิน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากสถานการณ์ระดับโลก โดยประเทศไทยดำเนินการได้ขณะนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว รวมถึงที่หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นเรียกร้องให้รัฐบาลมีความชัดเจน ซึ่งตนก็ถามว่าจะชัดเจนถึงขนาดไหน เพราะมีการแถลงข่าวทุกวันอยู่แล้วว่าน้ำมันสำรองจะอยู่ได้อีกประมาณ 100 กว่าวัน

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ตนไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ที่เกิดความสับสน วุ่นวาย เฉกเช่นเดียวกับช่วง โควิด-19 ที่ตนเคยร้องเรียนดาราคอลเอาท์ วันนี้ตนจึงเดินทางมาร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้มาก แต่ควรตักเตือนหลายฝ่ายหรือมีมาตรการในเรื่องของการที่จะต้องห้ามมีการกักตุน เพราะตามชายแดนหรือที่อื่นๆ ไม่ได้มีการพาแค่รถไปเติมน้ำมัน แต่มีการกักตุนใส่ถังด้วย เพราะไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเอาอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ตนจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีโปรดพิจารณาและวินิจฉัยและดำเนินการ ดังนี้

1. ให้ตรวจสอบ ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกักตุนน้ำมัน การให้ข่าว รวมถึงการออกข่าวประเด็นหนึ่งประเด็นใดแล้วทำให้ประชาชนแตกตื่น วุ่นวาย ไม่มั่นใจต่อจำนวนน้ำมัน ว่าเขาจะใช้ได้จำนวนเท่าไหร่ ถึงวันไหนอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้รัฐบาลต้องแก้ไขและตักเตือนดำเนินการกับกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มที่ตนเรียกร้องว่าทำให้เกิดความสับสน เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ
2. เรียกร้องให้หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือส่วนกลาง จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องของการขนส่งน้ำมันไปยังต่างจังหวัด หากทราบข้อมูลที่เป็นจริงของสถานีบริการน้ำมันหรือปั๊มน้ำมัน ทั้งของเอกชนที่ซื้อน้ำมันไปขาย และเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนนั้นๆ เขาจึงสามารถดำเนินการได้ แต่กรณีในการขนส่งน้ำมันซึ่งเกินกว่าราคาหรือความต้องการปกติจึงทำให้วุ่นวายและสับสนเกิดขึ้น
3. ตนเรียกร้องผู้ที่ควบคุมดูแลกรมหรือกระทรวงพลังงาน ต้องออกมาชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และใช้เวลาวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อชี้แจงข้อมูลที่แท้จริง ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่เท่าไหร่ ใช้ได้กี่วัน และรัฐบาลจะพยุงราคานี้ไปเรื่อยๆ อย่างไร หากให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลขณะนี้ กองทุนน้ำมันมีการใช้ไปอุดหนุนน้ำมันเกือบทุกประเภทอยู่ที่ประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนน้ำมันเคยติดลบสูงสุดประมาณ 130,000 ล้านบาท และตอนนั้นเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทางด้านตะวันออกกลางก็น่าจะเรียบร้อยไม่เกินหนึ่งเดือนข้างหน้า ที่สถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ และเมื่อถึงตอนนั้นกองทุนน้ำมันก็สามารถนำเงินที่เก็บได้จากภาษีกลับคืนมาที่กองทุนน้ำมันต่อไป ก็จะไม่ทำให้ขาดทุน

วันนี้ตนเรียกร้อง 3 ประเด็น เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการที่เข้มข้น ชัดเจน และดำเนินการให้มีระเบียบมากขึ้น จะทำให้ไม่เกิดความสับสนวุ่นวายเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยในขณะนี้ และไม่ใช่แค่ประเทศไทย เพราะเรื่องนี้มันมีปัญหาไปทั่วโลก เกิดสงครามเมื่อไหร่ก็มีปัญหาแบบนั้นทุกที

ประการสุดท้ายในเรื่องของกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการเปิดสัมพันธ์ทางไมตรีกับซาอุดิอาระเบียในรอบ 33 ปี และประเทศซาอุดิอาระเบียมีความต้องการที่จะลงทุนน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมา 3-4 ปี ตนไม่แน่ใจว่าผู้ที่ดูแลกระทรวงพลังงานหรือรัฐบาลที่ผ่านมาทำไมไม่ดำเนินนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของโรงกลั่นน้ำมัน ที่ซาอุดิอาระเบียพร้อมมาลงทุนในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ หากเรามีโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด แม้จะไม่ใช่ของประเทศไทยแต่นั่นหมายถึงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศไทย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...