เกาะติดสงครามอิหร่าน 18 มี.ค. 69 อิหร่านยอมรับ “ลาริจานี” เสียชีวิต
วันที่ 18 มี.ค. เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานยืนยันการเสียชีวิตของ “อาลี ลาริจานี” เลขานุการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน (SNSC) หรือหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นการยืนยันข่าวที่อิสราเอลประกาศก่อนหน้านี้
อิสราเอลกล่าวว่า ได้โจมตีที่ซ่อนของผู้นำสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านในการโจมตีทางอากาศเมื่อคืนวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านระบุว่า “เขาเสียชีวิตพร้อมกับลูกชาย มอร์เตซา ลาริจานี และ อาลีเรซา บายัต รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของ SNSC และบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่ง”
สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านยังระบุว่า เขา “พลีชีพ” หลังจากอุทิศตนเพื่อสาธารณะมาตลอดชีวิต โดยยกย่องอาชีพทางการเมืองอันยาวนานของลาริจานี ระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่ “จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต” ก็ยังคงทำงานเพื่อความก้าวหน้าของอิหร่านและเรียกร้องให้เกิดความสามัคคีเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากภายนอก
ลาริจานีดำรงตำแหน่งเลขานุการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงสูงสุดของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ของประเทศท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงดึกวันที่ 17 มี.ค. อิหร่านยังยอมรับว่า “โกลามเรซา โซเลมานี” ผู้นำกองกำลังบาซิชเสียชีวิตแล้ว
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า “การลอบสังหารอย่างขี้ขลาด” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึง “ความสำคัญและบทบาทของบาซิช” ในการต่อสู้กับสหรัฐฯ และอิสราเอล
สำหรับบาซิชเป็นกองกำลังอาสาสมัครที่คาดว่ามีสมาชิกประมาณ 1 ล้านคน อยู่ภายใต้การควบคุมของ IRGC และมักถูกเรียกตัวลงสู่ท้องถนนเพื่อใช้กำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยโซเลมานีได้รับการยกย่องว่าเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์มากที่สุดคนหนึ่งของอิหร่าน
เรือ USS Gerald R Ford เตรียมจอดซ่อมที่กรีซ
กรณีเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R Ford ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บและเตียงนอนเสียหาย 100 เตียง นับเป็นอุบัติเหตุล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่บั่นทอนขวัญกำลังใจของลูกเรือ
เรือลำนี้อยู่ในทะเลมาเกือบ 9 เดือนแล้ว และปัจจุบันประจำการอยู่ในทะเลแดงเพื่อสนับสนุนสงครามกับอิหร่าน แต่ล่าสุดมีรายงานว่า เรือลำนี้จะออกเดินทางไปยังเกาะครีต ประเทศกรีซ เพื่อซ่อมแซม
เจ้าหน้าที่ซึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์โดยไม่เปิดเผยชื่อ ไม่ได้ระบุว่าเรือ USS Gerald R Ford จะอยู่ที่เกาะครีตนานแค่ไหน
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า ลูกเรือเกือบ 200 นายได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บจากควันไฟจากเหตุเพลิงไหม้ในบริเวณซักรีดของเรือ เพลิงไหม้ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการควบคุม และส่งผลกระทบต่อเตียงนอนประมาณ 100 เตียง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ทหาร 1 นายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทางอากาศเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ทหารเรือ 2 นายได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยอ้างอิงจากกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ
หลังจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งแรก กองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า ไม่มีความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อนของเรือ และเรือบรรทุกเครื่องบินยังคงใช้งานได้อย่างเต็มที่
มีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ ซึ่งมีลูกเรือมากกว่า 4,000 นาย ประสบปัญหาอย่างมากกับระบบห้องน้ำขณะอยู่กลางทะเล โดยสื่อสหรัฐฯ บรรยายถึงระบบอุดตันและแถวยาวเหยียดสำหรับห้องน้ำบนเรือ
หลังจากเกิดเพลิงไหม้ครั้งแรก กองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า ไม่มีความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อนของเรือ และเรือบรรทุกเครื่องบินยังคงใช้งานได้อย่างเต็มที่
มีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ ซึ่งมีลูกเรือมากกว่า 4,000 นาย ประสบปัญหาอย่างมากกับระบบห้องน้ำขณะอยู่กลางทะเล โดยสื่อสหรัฐฯ บรรยายถึงระบบอุดตันและแถวยาวเหยียดสำหรับห้องน้ำบนเรือ
การถอนเรือฟอร์ดออกจากตะวันออกกลางชั่วคราวจะทำให้เกิดช่องว่างสำคัญในกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ ซึ่งเครื่องบินรบหลายสิบลำที่บรรทุกอยู่บนเรือได้เข้าร่วมในการโจมตีอิหร่าน
แต่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สได้อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทหารว่า เรือบรรทุกเครื่องบินฟอร์ดน่าจะถูกแทนที่โดยเรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำหนึ่ง คือ เรือยูเอสเอส จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช (USS George H.W. Bush) ซึ่งกำลังเตรียมส่งไปประจำการในตะวันออกกลาง
อิสราเอลโจมตีอาคารใจกลางเมืองหลวงเลบานอน ดับ 6 ราย
วันที่ 18 มี.ค. อาคารทั้งหลังถูกทำลายราบในใจกลางกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน มีฝุ่นและควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นมา หลังอิสราเอลเล็งเป้าโจมตีอคารแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงกลางดึกตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะถล่มลงในช่วงเช้า
ประชาชนในกรุงเบรุตได้รับการเตือนล่วงหน้าประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากโพสต์ของโฆษกกองทัพอิสราเอลที่ระบุว่าประชาชนจำเป็นต้องอพยพออกไปอย่างน้อย 300 เมตร
อิสราเอลเคยโจมตีชั้นใต้ดินของอาคารแห่งนี้มาก่อนเมื่อวันที่ 12 มี.ค.
มีสถานที่อื่น ๆ อีกหลายแห่งในใจกลางกรุงเบรุตที่ถูกโจมตีในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีแบบลอบสังหาร ซึ่งเป็นวิธีการที่อิสราเอลใช้กระสุนขนาดเล็กเพื่อทำลายห้องเพียงห้องเดียวหรืออะพาร์ตเมนต์เดียวในอาคารที่พักอาศัย
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย จากการโจมตีอาคารในกรุงเบรุตครั้งนี้ แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าเป้าหมายของการโจมตีจากอิสราเอลคือใคร
อิหร่านประหารชีวิต ชายสอดแนมข้อมูลให้มอสสาด
วันที่ 18 มี.ค. สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่กึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้ประหารชีวิตชายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าสอดแนมให้กับหน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอล
ทัสนิมรายงานว่า “คำพิพากษาประหารชีวิตสายลับอิสราเอลผู้ซึ่งให้ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่อ่อนไหวในประเทศแก่เจ้าหน้าที่มอสสาด ได้ถูกดำเนินการในเช้าวันนี้ หลังจากผ่านกระบวนการทางกฎหมายและได้รับการอนุมัติจากศาลฎีกา”
ทัสนิมระบุว่า ชายคนดังกล่าวถูกหน่วยข่าวกรองอิสราเอลชักชวนทางออนไลน์ขณะอยู่ในสวีเดน หลังจากที่เขาโพสต์รายละเอียดส่วนตัวในลิงก์โฆษณาการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม การติดต่อครั้งแรกเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่มอสสาดที่พูดภาษาเปอร์เซียได้
เขาถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) จับกุมในเดือน มิ.ย. 2025 ที่เมืองซาฟจ์โบลาห์ของอิหร่าน ระหว่างสงคราม 12 วันกับอิสราเอล โดยเขามีอุปกรณ์ “สายลับ ข่าวกรอง และการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ทันสมัย” ไว้ในครอบครอง
เรือขนนาวิกโยธินสหรัฐฯ แล่นผ่านช่องแคบมะละกา
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ข้อมูลการติดตามทางทะเลแสดงให้เห็นว่า เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าบรรทุกนาวิกโยธินและทหารเรือไปยังตะวันออกกลาง กำลังเข้าใกล้ช่องแคบมะละกา นอกชายฝั่งสิงคโปร์ ขณะเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว
เว็บไซต์ Marinetraffic.com แสดงเส้นทางของ “เรือรบสหรัฐฯ ที่ไม่ระบุชื่อ” ที่ออกจากโอกินาวาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผ่านทะเลจีนใต้และเข้าใกล้สิงคโปร์ในเช้าวันที่ 17 มี.ค. ด้วยความเร็วประมาณ 22 ไมล์ต่อชั่วโมง
คาดว่าเรือลำดังกล่าวคือ “เรือยกพลขึ้นบก USS Tripoli”
โดยปกติแล้ว เรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะเคลื่อนที่โดยปิดเครื่องส่งสัญญาณ AIS แต่การเปิดเผยตำแหน่งของเรือขณะแล่นผ่านพื้นที่ที่มีการจราจรทางทะเลหนาแน่น เช่น น่านน้ำรอบสิงคโปร์ จะช่วยให้การปฏิบัติการปลอดภัยยิ่งขึ้น
วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า นาวิกโยธินเพิ่มเติมจะถูกขนส่งโดยเรือ USS Tripoli ไปยังตะวันออกกลาง นาวิกโยธินเหล่านั้นมาจากหน่วยปฏิบัติการทางทะเลที่ 31 ซึ่งประจำการอยู่ที่โอกินาวาของญี่ปุ่น เป็นกองกำลังตอบสนองฉับพลันจำนวน 2,200 นาย หลังจากที่เพนตากอนสั่งให้หน่วยนี้ไปประจำการตะวันออกกลาง
ขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้ฐานทัพออสเตรเลียในยูเออี
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี กล่าวว่า ขีปนาวุธของอิหร่านทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อยที่ฐานทัพทหารออสเตรเลียในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 18 มี.ค. แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้รับบาดเจ็บ
เขากล่าวว่า อาวุธดังกล่าวตกบนถนนนอกฐานทัพอากาศอัลมินฮัด ใกล้กับดูไบ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. และทำให้เกิดไฟไหม้ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่พักและสถานพยาบาล
“มีขีปนาวุธของอิหร่านตกใกล้ฐานทัพนั้น ผมยืนยันได้ว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้รับบาดเจ็บ และทุกคนปลอดภัยอย่างแน่นอนในขณะนี้ มีอาคารที่พักและสถานพยาบาลได้รับความเสียหายเล็กน้อยเนื่องจากไฟไหม้เล็กน้อยที่เกิดขึ้นจากการที่ขีปนาวุธตกบนถนนที่มุ่งหน้าไปยังฐานทัพนั้น” อัลบาเนซี
อัลบาเนซีไม่ได้กล่าวถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในฐานทัพในขณะนั้น หรือว่ามีพลเมืองของประเทศอื่นอยู่ด้วยหรือไม่
สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS รุ่นใหม่ใส่ฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินอิหร่าน
วันที่ 18 มี.ค. เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดนำวิถีขนาด 5,000 ปอนด์ ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะเป้าหมายที่อยู่ลึกใต้ดิน ลงที่ฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ
“เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการใช้ระเบิดขนาด 5,000 ปอนด์หลายลูก โจมตีฐานยิงขีปนาวุธที่แข็งแกร่งของอิหร่านตามแนวชายฝั่งอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ” CENTCOM กล่าว
หน่วยงานเสริมว่า “ขีปนาวุธต่อต้านเรือของอิหร่านในฐานเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศในช่องแคบ”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวคือ GBU-72 Advanced 5K Penetrator ซึ่งเป็นระเบิดที่เครื่องบินสหรัฐฯ ใช้เป็นครั้งแรกในปี 2021
GBU-72 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเอาชนะความท้าทายในการเจาะเป้าหมายที่แข็งแกร่งและฝังอยู่ลึก โดยมีชุดอุปกรณ์นำทางด้วย GPS ไม่ใช่เลเซอร์ ดังนั้นไม่ว่าฝนจะตก แดดออก หรือหิมะตก มันก็จะยิงโดนเป้าหมาย
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเนื่องจากอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือจากสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร โดยเมื่อวันที่ 16 มี.ค. พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า “สหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือในและรอบช่องแคบฮอร์มุซ”
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่านถูกโจมตี
องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่านกล่าวว่า “ขีปนาวุธของศัตรู” ตกใส่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุเชห์รทางตะวันตกของอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มี.ค. แต่รายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตและไม่มีความเสียหายต่อโรงงาน
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสื่ออิหร่าน องค์การดังกล่าวระบุว่า ศูนย์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศได้ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวและพบว่า “ไม่มีความเสียหายทางการเงิน ทางเทคนิค หรือต่อมนุษย์” และเสริมว่า “ไม่มีส่วนใดของโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหาย”
องค์กรดังกล่าวระบุว่า ขีปนาวุธตกใส่พื้นที่โรงงานเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ไม่ได้ระบุว่าประเทศใดอยู่เบื้องหลังการโจมตี
แถลงการณ์ระบุว่า “การกระทำเช่นนี้ขัดต่อกฎระเบียบระหว่างประเทศทั้งหมดเกี่ยวกับการคุ้มครองโรงงานนิวเคลียร์จากการโจมตีทางทหาร และอาจส่งผลร้ายแรงต่อภูมิภาคทั้งหมด รวมถึงประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ติดกับอ่าวเปอร์เซีย”
IRGC สาบานแก้แค้นให้ “อาลี ลาริจานี”
ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านสาบานว่า จะแก้แค้นให้กับการสังหาร อาลี ลาริจานี โดยขู่ว่าจะเอาคืนด้วย "การตอบโต้ที่เด็ดขาด รุนแรง และน่าเสียใจ"
อามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่าน ขู่ว่าจะตอบโต้ด้วย "การตอบโต้ที่เด็ดขาด" ต่อการสังหารอาลี ลาริจานี "ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม จะมีการตอบโต้ที่เด็ดขาด รุนแรง และน่าเสียใจต่ออเมริกาที่เป็นอาชญากรและระบอบไซออนิสต์ที่กระหายเลือด"
เขากล่าวเสริมว่า การเสียชีวิตของลาริจานีและผู้สละชีพคนอื่น ๆ "จะได้รับการแก้แค้น"
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งแยกจากกองทัพ กล่าวว่า ได้ยิงขีปนาวุธไปยังภาคกลางของอิสราเอลแล้ว "เพื่อแก้แค้น" ต่อการเสียชีวิตของลาริจานี ส่งผลให้ชายและหญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านในเทลอาวีฟ
สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดถูกโจมตีอีกแล้ว
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เกิดระเบิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 18 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก
สำนักข่าวทั้งสองอ้างแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง และนักข่าวเอเอฟพีในเมืองได้ยินเสียงระเบิดใกล้กับสถานทูต ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรีนโซนที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง
สถานทูตสหรัฐฯ แห่งนี้ถูกโจมตีหลายครั้งนับตั้งแต่เริ่มสงคราม
“ทรัมป์” ลั่น “ไม่ต้องการความช่วยเหลือ” ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวโจมตีกลุ่มนาโต (NATO) และพันธมิตรอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ยืนยัน “เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร!”
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า “สหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากประเทศพันธมิตรนาโตส่วนใหญ่ว่า พวกเขาไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารต่อต้านระบอบการปกครองก่อการร้ายของอิหร่านในตะวันออกกลาง”
เขาชี้ว่า ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่เกือบทุกประเทศเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำอยู่ และอิหร่านไม่ควรได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม
“อย่างไรก็ตาม ผมไม่แปลกใจกับการกระทำของพวกเขา เพราะผมคิดเสมอว่านาโต ซึ่งเราใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีในการปกป้องประเทศเหล่านี้ เป็นเหมือนถนนวันเวย์ เราปกป้องพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่ทำอะไรเพื่อเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เราต้องการความช่วยเหลือ” ทรัมป์ระบุ
เขาเสริมว่า “โชคดีที่เราได้ทำลายกองทัพอิหร่านไปแล้ว ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ระบบต่อต้านอากาศยานและเรดาร์ และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้นำของพวกเขาในทุกระดับแทบจะหายไปหมดแล้ว จะไม่สามารถคุกคามเรา พันธมิตรในตะวันออกกลางของเรา หรือโลกได้อีกต่อไป!”
ทรัมป์บอกว่า เนื่องจากความสำเร็จทางทหารที่ผ่านมา สหรัฐฯ จึง “ไม่ต้องการ” หรือปรารถนาความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกนาโตอีกต่อไป “เราไม่เคยต้องการเลย! เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือเกาหลีใต้ ที่จริงแล้ว ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น!”
ผอ.ต่อต้านก่อการร้ายสหรัฐฯ ลาออก ลั่น “อิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา”
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน
เคนต์ได้โพสต์จดหมายลาออกของเขาบน X โดยมีเนื้อหาขัดแย้งกับเหตุผลของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเริ่มสงคราม และขอร้องให้ทรัมป์ยุติสงคราม
“ผมไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่านได้ด้วยจิตสำนึกที่ดี อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อประเทศของเรา และเป็นที่ชัดเจนว่าเราเริ่มสงครามนี้เนื่องจากแรงกดดันจากอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ที่มีอิทธิพลในสหรัฐฯ” เคนต์ระบุ
การลาออกครั้งนี้ถือเป็นการตำหนิอย่างรุนแรงที่สุดต่อความพยายามทำสงครามจากคนวงในของรัฐบาลทรัมป์
นอกจากนี้ยังจุดประกายคำถามที่ฝ่ายบริหารพยายามหาคำตอบมานานแล้วว่าเหตุใดสหรัฐฯ จึงเริ่มปฏิบัติการนี้ตั้งแต่แรก สมาชิกสภาและผู้เชี่ยวชาญบางคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรองที่ประธานาธิบดีใช้ในการให้เหตุผลทำสงคราม และเรื่องราวของเคนต์ทำให้พวกเขามีเหตุผลใหม่ที่จะวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของทรัมป์มากขึ้น
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า การที่เคนต์ลาออกเนื่องจากคัดค้านสงครามกับอิหร่านนั้นเป็น “เรื่องดี” พร้อมทั้งเยาะเย้ยเขาว่าเป็น “คนอ่อนแอมากในเรื่องความมั่นคง”
ทรัมป์กล่าวว่า “เมื่อมีคนทำงานกับเราแล้วบอกว่าพวกเขาไม่คิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม เราไม่ต้องการคนเหล่านั้น พวกเขาไม่ใช่คนฉลาด หรือพวกเขาไม่ใช่คนที่มีไหวพริบ”
หลังจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกแรก ทรัมป์อ้างถึง “ภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” ต่อสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารกล่าวว่า สหรัฐฯ ดำเนินการเพื่อป้องกันล่วงหน้าการโจมตีของอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นกับกองกำลังในภูมิภาค ซึ่งคำกล่าวอ้างเหล่านี้ขัดแย้งกับการบรรยายสรุปของกระทรวงกลาโหมต่อรัฐสภา ที่เจ้าหน้าที่กลาโหมกล่าวว่าอิหร่านไม่ได้วางแผนที่จะโจมตีเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน
เคนต์ตำหนิเจ้าหน้าที่อิสราเอลและสื่อที่ทำให้ทรัมป์เข้าใจผิดเกี่ยวกับภัยคุกคามจากอิหร่าน
“ห้องเสียงสะท้อน (echo of chamber) นี้ถูกใช้เพื่อหลอกลวงคุณให้เชื่อว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อสหรัฐฯ และหากคุณโจมตีตอนนี้ ก็จะมีหนทางสู่ชัยชนะอย่างชัดเจน นี่เป็นเรื่องโกหก และเป็นกลยุทธ์เดียวกันกับที่อิสราเอลใช้เพื่อล่อลวงเราเข้าสู่สงครามอิรักที่หายนะ ซึ่งคร่าชีวิตชายและหญิงที่ดีที่สุดของเราไปหลายพันคน เราไม่สามารถทำผิดพลาดเช่นนี้อีกได้” เคนต์กล่าว
อิหร่านโวทำลายเรดาร์สหรัฐฯ 80%
สำนักข่าวทาสนิมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า กองทัพเรือในสังกัดได้ปฏิบัติการโจมตีอย่างแม่นยำและทำลายล้างต่อฐานทัพสหรัฐฯ 4 แห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยระหว่างปฎิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน หน่วยขีปนาวุธและโดรนของกองทัพเรือ IRGC สามารถโจมตีเข้าเป้าหมายศูนย์บัญชาการ หอบังคับการบิน สถานที่เก็บอาวุธต่อสู้ทางอากาศ คลังด้านการส่งกำลังบำรุง และ คลังเก็บอาวุธที่ฐานทัพอากาศอัล-ดาร์ฟา ฐานทัพอากาศอาลี อัล-ซาเล็ม ฐานทัพอากาศชีค อิซซา และฐานทัพเฮลิคอปเตอร์อัล-อูไดรี
อาวุธที่ถูกนำมาใช้งานมีทั้งขีปนาวุธร่อนและทิ้งตัวติดตั้งหัวรบรุ่นใหม่ ตลอดไปจนถึงโดรนทำลายล้าง โดยระบุว่า จนถึงขณะนี้เหล่าทัพต่าง ๆ ของ IRGCสามารถทำลายเรดาร์ทางยุทธศาสตร์และส่วนสำคัญของฐานทัพสหรัฐฯ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางได้แล้วกว่า 80%
คลังอาวุธฝรั่งเศส-ชาติอาหรับลดฮวบ
ลา ทริบูน (La Tribune) หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เซบาสเตียน เลอคอร์นู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส ได้เรียกประชุมสถานการณ์วิกฤตเป็นการเร่งด่วน โดยหนึ่งในหัวข้อหารือคือการเติมขีปนาวุธจากอากาศสู่อากาศเพื่อติดตั้งกับเครื่องบินรบ
การประชุมดังกล่าวได้พูดถึงปัญหาของกองทัพอากาศที่เผชิญปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น ต่อสู้ และป้องกันตนเอง หรือ ที่เรียกสั้น ๆ ว่า “มิกา” (MICA) ซึ่งมีจำนวนจำกัดและมีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดหาทดแทน เพราะมีราคาสูงถึงลูกละ 600,000 ยูโร (22 ล้านบาท) ถึง 700,000 ยูโร (25 ล้านบาท) โดยอาวุธชนิดนี้ใช้ในการยิงตอบโต้กับอาวุธจากอิหร่านที่มีราคาต่ำกว่ามาก
ด้วยเหตุนี้หน่วยงานด้านการจัดซื้ออาวุธของรัฐบาลฝรั่งเศสจึงลังเลใจที่จะจัดหาขีปนาวุธที่มีราคาถูกกว่า เนื่องจากกังวลว่าคุณภาพจะลดน้อยลงไปด้วย ขณะที่ MBDA บริษัทผู้สร้างขีปนาวุธมิกาเผชิญกับข้อจำกัดและอุปสรรคในการขยายกำลังการผลิต
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว ชาติพันธมิตรอาหรับที่มีฐานทัพอเมริกันตั้งอยู่ก็ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวรับมือการทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน
นิตยสารอิโคโนมิสต์ได้ใช้ข้อมูลจากรัฐบาลชาติอาหรับต่าง ๆ เพื่อประเมินจำนวนขีปนาวุธที่ถูกยิงออกไปเพื่อป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน โดยพบว่า ชาติอาหรับเหล่านี้ต้องสกัดขีปนาวุธอิหร่านกว่า 880 ลูก เท่ากับว่าต้องยิงขีปนาวุธจากระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่น้อยกว่า 1,900 ลูก หรืออาจมากกว่านั้น หากผู้บัญชาการทางทหารสั่งให้ยิงขีปนาวุธชนิดนี้มากกว่า 2 ลูก เพื่อสกัดขีปนาวุธเพียง 1 ลูก
โดยขีปนาวุธแพทริออตมีราคาลูกละ 3 ล้าน ถึง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 100 ล้าน ถึง 190 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าอาวุธดังกล่าวถูกใช้งานในการสกัดกั้นคิดเป็นสัดส่วนถึง 9 ครั้ง ใน 10 ครั้ง
ส่วนระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ที่ถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางทั้ง THAAD และ NASAMS มีต้นทุนใช้งานสูงกว่าระบบแพทริออต
ยูเครนส่งผู้เชี่ยวชาญโดรนนับร้อย
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันทางอากาศชาวยูเครนจำนวน 200 นาย กำลังอยู่ในตะวันออกกลางเพื่อช่วยรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยเฉพาะโดรนโจมตีราคาถูก ที่ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการทำสงครามสมัยใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง
ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ยกตัวอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงต่อแนวโน้มการสู้รบ โดยชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่โดรนของอิหร่านแต่ละลำมีราคาประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.6 ล้านบาท แต่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรกลับต้องใช้ขีปนาวุธที่มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 130 ล้านบาท ในการยิงสกัด
ทั้งนี้ ยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัสเซียได้เร่งกำลังการผลิตโดรน “ชาเฮด” (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่านเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนอาวุธป้องกันทางอากาศตามมาตรฐานที่ชาติตะวันตกยังทำให้รัฐบาลยูเครนต้องพลิกแพลงและพัฒนาระบบป้องกันแบบหลายชั้น ซึ่งรวมถึงเครื่องมือสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินขนส่งที่ดัดแปลงใหม่เพื่อไล่ล่าโดรนจากกลางอากาศ ตลอดจนกองกำลังภาคพื้นดินที่ใช้ปืนกลหนักและขีปนาวุธแบบพื้นสู่อากาศ
ประธานาธิบดีเซเลนสกีจึงเสนอที่จะแบ่งปันสิ่งที่ยูเครนได้พัฒนาขึ้น โดยระบุว่า ประเทศของเขามีศักยภาพในการผลิตโดรนสกัดกั้นได้ประมาณ 2,000 ลำต่อวัน และรัฐบาลยูเครนสามารถจัดสรรโดรนจำนวนครึ่งหนึ่งจากที่ผลิตได้ให้แก่บรรดาพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนย้ำว่าต้องการเงินและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นค่าตอบแทนสำหรับการช่วยประเทศออกกลางในการป้องกันการโจมตีจากโดรนของอิหร่าน
ผู้นำอินโดนีเซียไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องโจมตีอิหร่าน
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า เราทุกคนต่างสับสนและเขาเองก็รู้สึกเศร้าใจ เขามองไม่รู้สึกว่ามีความสมเหตุสมผลใด ๆ ในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน
ปราโบโวนิยามสงครามครั้งนี้ว่าเป็น “สงครามอสมมาตร” (Asymmetrical War) ซึ่งอิหร่านอาจทำได้เพียงแค่ “พยายามเอาตัวรอด” นอกจากนี้ เขายังระบุว่า เจ้าหน้าที่ของอิหร่านยังคงมีความระแวงที่จะเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง
ผู้นำอินโดฯ ยังแสดงความกังวลว่าแผนการถล่มอิหร่านอาจนำไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองหรือไม่
ทั้งนี้ ปราโบโวกล่าวว่า เขาไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสงครามจะยืดเยื้ออีกนานแค่ไหน พร้อมระบุว่า การไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้งจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะเจรจา
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แผนของปราโบโวที่จะส่งทหารรักษาสันติภาพไปยังฉนวนกาซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสันติภาพที่ก่อตั้งโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกระงับไว้ชั่วคราวแล้ว
คณะกรรมการสันติภาพถูกตั้งขึ้นเพื่อดูแลการฟื้นฟูกาซาหลังสงคราม แต่ผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มมุสลิมในอินโดนีเซียมองว่า การเข้าร่วมทำให้อินโดนีเซียเสียจุดยืนในการสนับสนุนปาเลสไตน์ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน
ก่อนหน้านี้ กองทัพอินโดนีเซียประกาศว่าจะส่งทหาร 1,000 นายเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพ ซึ่งอินโดนีเซียได้รับมอบหมายตำแหน่งรองผู้บัญชาการ ในเดือน เม.ย. และจะเพิ่มเป็น 8,000 นายในเดือน มิ.ย.
ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียย้ำเมื่อเดือนที่แล้วว่า การส่งทหารไปกาซาจะมีวัตถุประสงค์เพื่อมนุษยธรรมเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการสู้รบ
ปั๊มน้ำมันใน สปป.ลาว ปิดเกือบครึ่ง
สำนักข่าว The Laotian Times รายงานว่า ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศลาวมากกว่า 1,000 แห่งปิดให้บริการ ทำให้มีชาวลาวแห่เดินทางไปยังปั๊มนํ้ามันอื่น ๆ และเข้าคิวยาวเพื่อเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก จนก่อให้เกิดการจราจรติดขัดไปทั่ว
จากตัวเลขของสำนักงานการค้าภายในประเทศได้ตีพิมพ์ข้อมูลว่า ลาวมีปั๊มนํ้ามันทั้งสิ้น 2,538 แห่งทั่วประเทศ แต่ราว 1,061 แห่งปิดให้บริการไปแล้ว เหลือเพียง 1,477 แห่งเท่านั้น
หลายเมืองทั่วประเทศลาวได้รับผลกระทบจากวิกฤตนํ้ามันนี้ โดยในแขวงเวียงจันทน์ มีปั๊มน้ำมันหยุดให้บริการไปแล้ว 121 แห่ง จากทั้งสิ้น 207 แห่ง มีเพียง 86 แห่งที่ยังเปิดให้บริการ ขณะที่ แขวงเชียงขวาง ที่มีปั๊มน้ำมัน 153 แห่ง ปิดให้บริการไปแล้วราว 70% เหลือให้บริการเพียง 32 แห่งเท่านั้น
ด้านทางการลาวได้ทำการตรวจสอบนํ้ามันสำรองที่ปั๊มนํ้ามัน และคลังนํ้ามัน สัญญาซื้อ และการขนส่ง ย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เพื่อที่จะได้ระบุถึงเหตุของการขาดแคลนน้ำมันจนทำให้ปั๊มน้ำมันเหล่านี้ต้องปิดลง
มีรายงานว่า ปั๊มน้ำมัน 3 แห่งในแขวงจำปาสัก ถูกปรับเป็นเงิน 50 ล้านกีบหรือราว 75,500 บาท หลังพบว่า ขายน้ำมันเกินราคาที่รัฐบาลกำหนด ทั้งนี้ หากมีการกระทำผิดซ้ำจะมีการปรับเพิ่มอีกซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านกีบหรือราว 150,000 บาท และถอดใบอนุญาตปั๊มนํ้ามันด้วย
ในส่วนของมาตรการจากรัฐบาลลาว กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ลาว จะทำการตัดภาษีนํ้ามันเบนซิน 95 จาก 20% เหลือเพียง 15% ให้เท่ากับนํ้ามันเบนซิน 91
นอกจากนี้ยังมีการอุดหนุนเงิน 300,000-600,000 ล้านกีบ หรือราว 450-900 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนในการจัดการนํ้ามันสำรอง การพยุงราคานํ้ามันในประเทศ และลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น หลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ปิโตรหยวน” อิหร่านเตรียมดันเงินหยวน ซื้อขายน้ำมันแทนดอลลาร์
สหรัฐฯ บอกทำลายศักยภาพขีปนาวุธอิหร่านแล้ว ทำไมอิหร่านยังยิงขีปนาวุธได้อยู่?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 18 มี.ค. 69 อิหร่านยอมรับ “ลาริจานี” เสียชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com