โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศิริกัญญา’ จี้! รัฐบาลสื่อสารวิกฤตน้ำมันให้ชัด ชี้ปัญหาจัดสรรทำเกิดการกักตุน

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 04.13 น. • The Bangkok Insight

"ศิริกัญญา" จี้รัฐบาลสื่อสารวิกฤตน้ำมันให้ชัด ชี้ปัญหาจัดสรรทำเกิดการกักตุนในภาคอุตสาหกรรม

วานนี้ (17 มี.ค.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันและมาตรการของรัฐบาลในการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้น โดย น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันที่ผ่านมา ซึ่งกำลังหมดอายุในวันนี้ ซึ่งก็เห็นว่ามีความโกลาหลและความตื่นตระหนกเกิดขึ้นค่อนข้างมากในช่วงท้ายของมาตรการ เนื่องจากช่วงก่อนหน้าที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงของมาตรการ จึงไม่ได้ออกมาส่งเสียงมากนัก แต่ทั้งนี้พรรคประชาชนก็ติดตามถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

วิกฤตน้ำมัน

สำหรับสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบัน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ในตอนนี้เราจะเห็นว่าตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่สามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้จากแหล่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจากแอฟริกา หรือจากสหรัฐอเมริกา แต่ใจกลางของปัญหาคือเรื่องของราคาที่มีความแตกต่างกันระหว่างราคาหน้าปั๊ม กับราคาจากพ่อค้าคนกลาง หรือ jobber ที่ได้รับ เลยทำให้เกิดการกักตุน ซึ่งการกักตุนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนอย่างเดียว แต่รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้น้ำมัน เพราะหากซื้อจากพ่อค้าคนกลางในตอนนี้ก็จะได้รับในราคาที่แพงกว่า เพราะไม่มีเงินอุดหนุน ปัญหาในตอนนี้คือเรื่องของการจัดสรรน้ำมันที่มีปัญหาอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ประชาชนบางส่วนมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการซื้อน้ำมันแบบตื่นตระหนกนั้น ตนมองว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นสาเหตุมาจากการซื้อน้ำมันแบบตื่นตระหนกจากประชาชนให้มากอย่างไรนั้น ก็คงไม่ถึงขั้นที่จะทำให้น้ำมันหมดในหลายปั๊มพร้อมกัน ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะเกิดจากการกักตุนจากโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรมี 2 แนวทาง คือใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการลดภาษีสรรพสามิต โดยควรให้ความสำคัญกับกองทุนน้ำมันเป็นหลัก เนื่องจากเคยมีหนี้สูงถึง 150,000 ล้านบาท แต่ยังฟื้นตัวได้ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเปิดแผนการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างชัดเจนว่าจะค่อยปรับขึ้นไปถึงราว 33 บาทต่อลิตรในระยะเวลาเท่าใด และจะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือทันที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ทั้งนี้เห็นว่าไม่ควรกำหนดเพดานราคาตายตัว แต่ควรกำหนดวงเงินอุดหนุนต่อวันและระยะเวลาที่ดำเนินการได้ ซึ่งในตอนนี้ตนเข้าใจว่าก็ยังมีวงเงินกู้เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่จะให้การตรึงราคาน้ำมันยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่จะมีความชอบธรรมเต็มที่ เนื่องจาก ณ เวลานี้ รัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังไปค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้

สำหรับภาคการขนส่งโดยเฉพาะ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จะต้องมีการอุดหนุนเป็นการเฉพาะ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อราคาสินค้าแทน ซึ่งอาจใช้เป็นคูปองหรือบัตรกำนัลต่าง ๆ ให้ภาคการขนส่งได้รับการช่วยเหลือเยียวยา และควรที่จะสนับสนุนในกลุ่มเปราะบางที่ใช้น้ำมันเบนซินด้วย

สำหรับแนวทางในการลดภาษีสรรพสามิต ศิริกัญญามองว่าแนวทางดังกล่าวก็สามารถทำได้ แต่ภาษีสรรพสามิตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับรายได้ที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้ ซึ่งหากเกิดผลกระทบหนักก็อาจจะกระทบกับดุลการคลังได้เหมือนกัน แต่ก็อาจลดได้บางส่วน หากเราสามารถยอมให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ก็อาจเกิดความเสี่ยงอื่น ๆ ตามมา

ส่วนแนวคิดที่ว่า การปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน ตนมองว่า จริง ๆ แล้วหลายประเทศก็เริ่มทำในวิธีดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าก็เป็นไปได้ เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของรัฐบาลในช่วงวิกฤตแบบนี้ที่จะสื่อสารว่าเราหลังชนฝาแล้ว เพื่อให้ประชาชนรู้สึกถึงความเร่งด่วนว่าเราจำเป็นที่จะต้องประหยัดพลังงานแล้ว นอกเหนือจากการสั่งแบบสะเปะสะปะของรัฐบาล อย่าง work from home หรือการงดดูงานของข้าราชการ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผล

ส่วนปัจจุบันที่มีการขึ้นค่ากลั่นน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมัน น.ส.ศิริกัญญามองว่ารัฐบาลสามารถที่จะควบคุมค่าการกลั่นได้ หากเราสามารถที่จะรู้ต้นทุนที่แท้จริงของโรงกลั่นน้ำมันได้ ซึ่งก็ควรจะเอาข้อมูลดังกล่าวมาพูดคุยกับโรงกลั่น และควบคุมกำกับดูแลได้อย่างถูกต้อง

สำหรับวิธีการจัดเก็บภาษีลาภลอยนั้น ตนยอมรับว่าในหลายประเทศเคยใช้ ในยุโรปใช้ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ก็มีส่วนที่ต้องระวังคือรายละเอียดว่าส่วนไหนคือกำไรที่เกินกว่าปกติ หลายบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อยด้วย

ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องจัดการเร่งด่วนคือเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ให้เกิดความตระหนก จนนำไปสู่การกักตุนสินค้า สถานการณ์น้ำมันนี้ก็ต้องสื่อสารตรงไปตรงมา โดยออกมาเป็น Dashboard ว่าปริมาณน้ำมันที่มีอยู่นั้นเพียงพออย่างจริง ๆ เพื่อให้ปั๊มน้ำมันสามารถบริหารจัดการน้ำมันของตนเองได้ และต้องทำให้การบริการขั้นพื้นฐานดำเนินต่อไปได้ ในส่วนของปุ๋ย หรือสินค้าอื่น ๆ ที่ราคาอาจสูงขึ้น ก็คิดว่ายังสามารถบริหารสถานการณ์ตรงนี้ได้ โดยในช่วงเวลานี้ที่เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นที่จะขาดแคลน ก็ต้องให้เป็นช่วงเวลาที่จะเริ่มหาแหล่งสินค้าจากที่ใหม่ ๆ ซึ่งรัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องสื่อสารเพื่อให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลมีมาตรการอะไรอยู่บ้าง

สำหรับเรื่องความกังวลต่อราคาสินค้าที่จะพุ่งตัวสูงขึ้นนั้น น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าสินค้าอย่างอาหารสดนั้นมีขึ้นแล้วก็จะลงมา แต่อาหารหรือสินค้าสำเร็จรูปนั้นเมื่อราคาขึ้นแล้วก็จะไม่ค่อยลงมา ซึ่งก็ต้องใช้กลไกในการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการที่รัฐมนตรีพาณิชย์ออกมาประกาศว่าจะทำการควบคุมราคาสินค้า 59 สินค้าควบคุม ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ ซึ่งเราก็จำเป็นที่จะต้องติดตามว่าการขึ้นราคาสินค้านั้นขึ้นอย่างเป็นธรรมหรือไม่ และก็จัดหาสำหรับสินค้าที่จำเป็นเพิ่มขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...