โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เคลม EV ยังสูง! BKI เร่งปรับพอร์ตประกันรถยนต์ ปี 2569 หั่นเป้าเบี้ยรับรวมโตเหลือ 4%

Thairath Money

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 10.27 น.
ภาพไฮไลต์

สงครามราคารถไฟฟ้าทำให้หลายคนที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วยังเจ็บจาก “ราคารถที่ร่วงลง” ไหนจะกังวลว่าปีถัดไป ทุนเอาประกันจะลดลงไปแค่ไหน หรือบริษัทประกันภัยจะรับประกันต่อไหม คำถามเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ธุรกิจประกันภัยต้องปรับตัวและหาทางออกไปพร้อมกัน

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มองว่า ทั้งการแข่งขันและการขยายตัวของยอดขายรถยนต์อาจลดลงจากปีก่อน ส่วนหนึ่งเพราะปัจจัยกระตุ้นอย่าง มาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 หมดไปเมื่อปลายปีก่อน แม้จะมี EV 3.5 แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ชะลอลงอาจทำให้การปล่อยสินเชื่อรถยนต์ยังยากขึ้น

ทั้งนี้ พอร์ตการรับประกันภัยรถไฟฟ้าของบริษัทฯ ในปี 2569 ยังขยายตัวอย่างระมัดระวังและเข้มงวด จากอัตราค่าสินไหมทดแทนที่ 70% ยังเป็นพอร์ตที่ไม่สร้าง Bottom line ที่เป็นบวกได้ (ไม่ทำกำไร) เพราะค่าซ่อมที่ค่อนข้างแพง เช่น ไม่ซ่อมในส่วนที่เสียหายแต่เน้นเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทำให้ค่าสินไหมสูงขึ้นตาม แต่เราไม่สามารถฝืนเทรนด์รถไฟฟ้าได้ จึงมีการรับประกันภัยต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ทำการตลาดมากนัก

ปี 2569 นี้คาดว่า บริษัทฯ จะมีเบี้ยรถไฟฟ้าจะอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท คิดเป็น 2% ของพอร์ตประกันภัยรถยนต์ของบริษัท เติบโตจากปี 2568 ที่มีเบี้ยฯ ราว 380 ล้านบาท ที่มีจำนวนการรับประกันรวม 12,000 คัน จากทั้งตลาดที่จดทะเบียนในไทยทั้งหมดอยู่ที่ 123,000 คัน

ส่วนภาพรวมธุรกิจปี 2569 จากเดิมตั้งเป้าหมายท้าทายที่จะเติบโตเกือบ 8% แต่จากความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงปรับลดลงมาสู่ระดับ 4% หรือเบี้ยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะภาพรวมเศรษฐกิจที่อาจชะลอลง จาก สงครามซึ่งหากลากยาว-ยืดเยื้อนาน 3-6 เดือนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจผ่านราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น และเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์นี้มีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก

ดังนั้น จากเดิมที่หลายฝ่ายคาด GDP ไทยที่อยู่ 2.0% แต่เมื่อเกิดสงครามอาจส่งผลกระทบให้ GDP ลดลง 0.1-0.3% ทำให้ภาคธุรกิจประกันภัยที่มักเติบโตตามเศรษฐกิจต้องปรับตัวไปด้วย

นอกจากนี้ ในภาพรวมความเสี่ยงภัยของประเทศไทยปรับสูงขึ้น ทำให้เบี้ยประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังต้องซื้อประกันภัยต่ออย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา มีเคลมความเสียหายแผ่นดินไหว 4,800-4,900 เคสน้ำท่วมมีความเสียหายสูง แบ่งเป็นประกันภัยทรัพย์สิน 1,800 ล้านบาท ประกันภัยรถยนต์ 550 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจโดยไม่เน้นเติบโตประกันภัยรถยนต์เชิงปริมาณ แต่เน้นให้กำไรที่เติบโตต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss ratio) ที่สมดุลจากปัจจุบันที่อยู่ราว 60% กว่าๆ โดยอัตราการต่ออายุ 80% ในปี 2568 แต่ปี 2569 อาจลดลงเพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจจะให้ความสำคัญกับราคาเบี้ยประกันภัยมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้เน้นแข่งหั่นราคาแต่เน้นคุณภาพมากกว่า และยังมีแบบประกันประเภท 2+, 3+ เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ทางบริษัทฯ จะขยายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น ประกันภัยเดินทางต่างประเทศ, ประกันภัยนักดำน้ำ (ในไทย), ประกันโรคร้ายแรง (คุ้มครอง 11 โรคร้ายแรงและเบาหวาน), ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special (คุ้มครองภัยน้ำท่วม, โจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ ฯลฯ) รวมถึง Micro Insurance ในหลายรูปแบบ

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เคลม EV ยังสูง! BKI เร่งปรับพอร์ตประกันรถยนต์ ปี 2569 หั่นเป้าเบี้ยรับรวมโตเหลือ 4%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...