โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เวียตนามชูไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดในอาเซียน จับมือภาคอีสานขยายการลงทุนสู่ธุรกิจ EV, อาหาร, เกษตร, โลจิสติกส์

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 05.12 น.

เวียตนามยกไทยคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชวนนักลงทุนอีสาน ร่วมลงทุนด้านอุตสาหกรรม การผลิต ค้าปลีก อาหารและเกษตรพลังงานโลจิสติกส์และ เทคโนโลยี พร้อมตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าร่วมระหว่างประเทศเป็น 2,5 พันล้านดอลลาร์ภายในอีก 4 ปี

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 18 มี.ค.69 ที่วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ ดร.ศักดิ์ชัย เจริญศิริพรกุล คณวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ (MBA มข.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาในหัวข้ออนาคตการค้าไทย-เวียตนาม สู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน "Thailand-Vietnam Trade Dialogue" ซึ่ง วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มข.ร่วมกับหอการค้า จ.ขอนแก่น,สภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่นและวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีนายดิงห์ ฮวาง ลิงค์ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนามประจำประเทศไทย ที่ จ.ขอนแก่น,นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น,นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง,นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น,ดร.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น (KKTMA) นำนักธุรกิจ,นักวิชาการ,นักการทูตและผู้ที่สนใจในหลายจังหวัดของภาคอีสานเช้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียงนายดิงห์ ฮวาง ลิงค์ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนามประจำประเทศไทย ที่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์ทางการฑูตครบ 50 ปี และสถานกงสุลใหญ่เวียดนามประจำจังหวัดขอนแก่นก่อตั้งมาเป็นเวลา 31 ปี ที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าขายระหว่างกันประมาณ 12.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งไทยเป็น คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียตนามในอาเซียน โดยขณะนี้เวียตนามกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (2026–2030)โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว ซึ่งตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีและมีรายได้ต่อหัวประมาณ 8,500 ดอลลาร์ภายในปี 2030ซึ่งขณะนี้ประเทศกำลังเปลี่ยนจาก ฐานการผลิต (Manufacturing Hub) ไปสู่ เศรษฐกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยมีเป้าหมายคือปี2030 เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ปี2045 เป็นประเทศพัฒนาแล้วรายได้สูง

"รัฐบาลและพรรคได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ 3 ด้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการปฏิรูประบบกฎหมายและการบริหาร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมธุรกิจที่โปร่งใส รวดเร็ว และเอื้อต่อการลงทุน มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟความเร็วสูง, ทางด่วน, ศูนย์โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลกและที่สำคัญคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยกระดับแรงงานจากแรงงานต้นทุนต่ำไปสู่เทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจสีเขียว ทั้งนี้เวียตนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีอัตราการเติบโตสูงกว่าไทย และมีแนวโน้มว่า GDP อาจแซงไทยในช่วงปี 2026–2027 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญ คือประชากรอายุน้อยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) การเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก"

นายดิงห์ กล่าวต่อว่า เวียตนามเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจไทยเพราะถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม การผลิต ค้าปลีก อาหารและเกษตรพลังงานโลจิสติกส์และ เทคโนโลยี โดยจุดเด่นของเวียดนามคือ ตลาดขนาดใหญ่กว่า 100 ล้านคน,แรงงานอายุน้อยมีข้อตกลงการค้าเสรีหลายฉบับ และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

อย่างไรก็ตามความร่วมมือไทย–เวียดนามกำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง 2ประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีมูลค่าการค้ารวม 22.1 พันล้านดอลลาร์ ในปีที่ผ่านมา และปัจจุบันไทยเป็น คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียตนามในอาเซียนมี นักลงทุนไทยมี789 โครงการทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทำธุรกิจในเวียดนามควรศึกษาตลาดอย่างรอบคอบสร้างพันธมิตรกับธุรกิจท้องถิ่นใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์การลงทุนและวางแผนธุรกิจในระยะยาวเพราะเวียตนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจหากผู้ประกอบการไทยเตรียมตัวและวางแผนอย่างเหมาะสม เวียดนามจะเป็นตลาดที่สำคัญและจะเป็นฐานการลงทุนที่มีศักยภาพในอนาคต

ขณะที่นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ทั้งสองประเทศตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 25 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ซึ่งขอนแก่นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา และการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคนมีมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งโดยเฉพาะ มข. เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมโยงไทยกับ ลาว และเวียดนามนอกจากนี้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยยังมี ชุมชนชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่มานานหลายชั่วอายุคน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของ2ประเทศ

"โอกาสความร่วมมือในอนาคต ทั้งในเรื่องการค้าและโลจิสติกส์ การพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้า ไทย – ลาว – เวียดนาม การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง การเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเกษตร การพัฒนาการแปรรูปอาหารและห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร การศึกษาและวิจัย ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยของเวียดนามกับ มข. โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและงานวิจัยร่วม ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ด้วยการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงขอนแก่นกับเมืองสำคัญของเวียดนาม เช่น ฮานอย, ดานัง, และ โฮจิมินห์ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและไทยมีความเข้มแข็งทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีมูลค่าการค้ากว่า 20 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และการลงทุนจากไทยในเวียตนามจำนวนมาก ภายใต้บริบทนี้ ขอนแก่นมีศักยภาพสำคัญในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการค้า การศึกษา การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...