SWC รุกธุรกิจสัตว์เลี้ยงเปิดตัว “The Goody” ตั้งเป้ารายได้ 1,700 ล้านบาทภายใน 3 ปี
เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น แตกไลน์พอร์ต FMCG รับเทรนด์ Pet Humanization เจาะกลุ่มพรีเมียมกางแผนขยายฐานส่งออกสู่เอเชียและยุโรปปี 2027 วางสัดส่วนรายได้ต่างประเทศแตะ 30% ชูจุดแข็งโภชนาการสูตรแชมป์โลก ดันเป็น New Growth Engine ขับเคลื่อนองค์กรระยะยาว
6 พฤษภาคม 2569 บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่การเป็น FMCG Company เต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ “The Goody” ผลิตภัณฑ์อาหารและดูแลสุนัขและแมวระดับพรีเมียมอย่างเป็นทางการ เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง (Pet Business) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ปรับเปลี่ยนสู่การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว
นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ผู้ก่อตั้ง SWC เปิดเผยว่า การเข้าสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างกลไกการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ให้กับกลุ่มบริษัท โดยมุ่งเน้นการตอบสนองอินไซต์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยปัจจัยด้านราคา มาเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์จากคุณภาพและความเข้าใจในธรรมชาติของสัตว์เลี้ยง
“The Goody ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง แต่เราต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยง… เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขในระยะยาว”
ในเชิงเป้าหมายทางธุรกิจ SWC กำหนดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2026-2028) โดยตั้งเป้ายอดขายรวมสะสมแตะระดับ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้าหมายปีแรกที่ 100 ล้านบาท ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 600 ล้านบาทในปีที่สอง และก้าวสู่ระดับ 1,000 ล้านบาทในปีที่สาม โดยโครงสร้างรายได้หลักจะมาจากตลาดในประเทศ 70% และอีก 30% จะมาจากการขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศในปี 2027 ครอบคลุมกลุ่ม CLMV จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ The Goody ถูกพัฒนาภายใต้นวัตกรรม “Vitality Nutrition + Champion Formula” โดยได้รับองค์ความรู้จากการเพาะพันธุ์สุนัขระดับแชมป์โลกมาประยุกต์ใช้กับโภชนาการสัตว์เลี้ยงทั่วไป ครอบคลุมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน โครงสร้างร่างกาย และผิวหนัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้เลี้ยงกลุ่มระดับกลาง-บนให้ความสำคัญ
นายชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์และผู้บริหาร SWC ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการเพาะพันธุ์สุนัขระดับสากลกว่า 29 ปี ระบุว่าสภาวะการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องมาตรฐานสินค้า แต่เป็นการแข่งขันด้วยความลึกซึ้งของข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
“ปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพของสินค้า แต่คือ ความเข้าใจสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง… และออกแบบโภชนาการให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยง”
สำหรับการรุกตลาดในช่วงแรก บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ Experience-driven Marketing ผ่านการออกงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ และการสื่อสารผ่าน Influencer/KOL เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างการจัดจำหน่ายแบบ Omni-channel ทั้งออฟไลน์และแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้า Pet Parent ได้อย่างรวดเร็ว
ทิศทางของ SWC ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้าง Pet Care Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงกลุ่มพรีเมียมในไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างฐานรายได้ที่ยั่งยืนนอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภคเดิมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว