โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Morgan Stanley ชี้ “จีน” นำหน้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หนุนอำนาจการผลิตโลกยุคใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

Morgan Stanley ระบุ "จีน" กำลังสร้างความได้เปรียบในอุตฯ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างรวดเร็ว และจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอำนาจการผลิตและการส่งออกในทศวรรษหน้า

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.42 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รายงานวิจัยฉบับใหม่ของ Morgan Stanley ระบุว่าความได้เปรียบของจีนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการขยายอำนาจด้านการผลิตและการส่งออกของจีนในทศวรรษหน้า

นักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley ซึ่งนำโดยเชตัน อาห์ยา ระบุว่าเช่นเดียวกับที่จีนเคยมองเห็นศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่ช่วงแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน การลงทุนอย่างต่อเนื่องและการก้าวนำในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังช่วยผลักดันให้สัดส่วนการผลิตของจีนในเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่ประมาณ 15%

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีหุ่นยนต์เริ่มก้าวออกจากห้องทดลองสู่การใช้งานจริง โดยสวนเทคโนโลยี โรงงาน และมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีนเริ่มนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้งาน ขณะที่ภาครัฐก็เริ่มเข้ามาสนับสนุนผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วยเร่งการใช้งานในวงกว้างมากขึ้น

อาห์ยา ซึ่งเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ Morgan Stanley ระบุว่า จีนมีประวัติในการมองเห็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตก่อนประเทศอื่นและวางแผนล่วงหน้า โดยยกตัวอย่างอุตสาหกรรม EV และแบตเตอรี่ที่ปัจจุบันจีนครองความเป็นผู้นำของโลก พร้อมชี้ว่า“อุตสาหกรรมหุ่นยนต์กำลังเดินตามเส้นทางเดียวกัน”

เช่นเดียวกับธุรกิจ EV จีนกำลังเร่งสร้างกำลังการผลิตครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งทำให้จีนมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างสหรัฐ, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากจีนในหลายด้าน

สื่อจีนรายงานความก้าวหน้าด้านหุ่นยนต์แทบทุกสัปดาห์ ล่าสุด หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สีแดงของจีนสามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้ในเวลา 50 นาที 26 วินาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกประเภทชายของมนุษย์ราว 7 นาที ส่งผลให้หุ้นกลุ่มหุ่นยนต์ปรับตัวขึ้นทันทีหลังข่าวดังกล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทสหรัฐอย่าง Tesla Inc. ก็เร่งลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์เช่นกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นอีกสนามสำคัญของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

Morgan Stanley ระบุว่า แนวทางของสหรัฐ เน้นพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบที่มีต้นทุนสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมให้ความสำคัญกับการทดสอบก่อนขยายการผลิต ขณะที่บริษัทจีนเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเร็วกว่า และใช้ตลาดภายในประเทศเป็นสนามทดลองจริง

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า มาตรการกีดกันทางการค้าอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ เช่นเดียวกับที่รถยนต์ไฟฟ้าจีนเผชิญภาษีและข้อจำกัดจากหลายประเทศทั่วโลก

แม้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีแรงกดดันในการปกป้องผู้ผลิตหรือแรงงานเดิมมากนัก แต่ความกังวลด้านความมั่นคงและการพึ่งพาเทคโนโลยีจีนอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต อีกหนึ่งความเสี่ยงคือ การลงทุนและการแข่งขันที่มากเกินไป ซึ่งอาจกดดันกำไรและนำไปสู่ภาวะการผลิตล้นตลาด

Morgan Stanley ระบุว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปทานหุ่นยนต์อาจทำให้ราคาอุปกรณ์อัตโนมัติปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นดาบสองคมเพราะแม้หุ่นยนต์ราคาถูกจะช่วยเร่งการใช้งานทั่วโลก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และช่วยควบคุมเงินเฟ้อของสินค้า แต่หากกำลังการผลิตขยายตัวเร็วเกินไป ก็อาจกระทบอำนาจการตั้งราคาและผลตอบแทนของอุตสาหกรรมในระยะยาวได้เช่นกัน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...