ศุลกากรยัน “น้ำมันไม่ขาด” นำเข้าน้ำมันดิบเท่าก่อนวิกฤต
กรมศุลกากร ยัน ไทยน้ำมันไม่ขาดแคลน ยอดนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยสูงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน เฉลี่ยใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ชี้ไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากแหล่งเดียว
24 มี.ค. 2569 -นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันในปัจจุบัน ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในประเทศไทยยังคงมีเพียงพอและไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน
โดยจากการติดตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบพบว่ามีน้ำมันดิบไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น วันที่ 18 มี.ค. 2569 มีการนำเข้าน้ำมันดิบ 320 ล้านลิตร วันที่ 19 มี.ค. 2569 จำนวน 126 ล้านลิตร และวันที่ 20 มี.ค. 2569 จำนวน 276 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับการนำเข้าน้ำมันดิบก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง
“ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาแหล่งน้ำมันจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่มีการกระจายแหล่งซื้อไปยังหลายแห่งและมีการทำสัญญานำเข้าล่วงหน้าไว้แล้ว ทำให้สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบในปัจจุบันยังคงใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตในตะวันออกกลาง โดยน้ำมันดิบที่นำเข้ามาจะถูกส่งเข้าโรงกลั่นเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินเพื่อใช้ในประเทศต่อไป”
ทั้งนี้ สาเหตุที่ประชาชนอาจรู้สึกว่าน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่คาดว่าเป็นผลมาจากปัญหาด้านการจัดส่งน้ำมันที่ล่าช้า เนื่องจากความต้องการในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการที่ประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันเพราะความกังวลเรื่องราคาที่ผันผวน
“ไทยมีความโชคดีที่มี โรงกลั่นน้ำมันเป็นของตนเอง เช่น บางจาก และ ปตท. ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่มีโรงกลั่นและต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำมันแพงสูงถึงลิตรละ 200 บาทไปแล้ว”
นายพันธ์ทอง เปิดเผยต่อว่า ในด้านการปราบปรามการกระทำผิดกรมศุลกากรได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงและกรมสรรพสามิต เพื่อยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้าน้ำมันผิดกฎหมายพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะที่ด่านแม่สอด
“ปัจจุบันการเฝ้าระวังได้เปลี่ยนจากการลักลอบนำเข้าเป็นการเฝ้าระวังการลักลอบส่งออกแทน เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียมีราคาสูงกว่าประเทศไทยถึงประมาณ 6 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม การลักลอบส่งออกในปริมาณมากทำได้ยากเนื่องจากสถานีบริการน้ำมันในฝั่งไทยเองก็มีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอที่จะให้กลุ่มลักลอบเข้ามาเติมเพื่อขนออกไปได้ง่ายๆ”