Apollo จำกัดถอนเงินกองทุน Private Credit หลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอน 11.2%
Apollo Global Management จำกัดการไถ่ถอนกองทุน Apollo Debt Solutions ที่มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ไว้ที่ 5% หลังนักลงทุนขอถอนเงินกว่า 11.2% ของกองทุน สะท้อนความกังวลต่อธุรกิจ Private Credit
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 04.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าApollo Global Management เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า กองทุนสินเชื่อเอกชนมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ Apollo Debt Solutions (ADS) ได้จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนไว้ที่ 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด หลังนักลงทุนยื่นขอถอนเงินคิดเป็นประมาณ 11.2% ของกองทุน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ Private Credit เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องความโปร่งใสของสินทรัพย์ มาตรฐานการปล่อยกู้ และการปล่อยกู้ให้บริษัทซอฟต์แวร์ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี AI
กองทุนระบุว่า การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในสัดส่วนน้อยกว่าที่นักลงทุนร้องขอ เป็นไปตามนโยบายบริหารสภาพคล่องของกองทุน เพื่อให้สามารถชำระหนี้และภาระผูกพันได้โดยไม่กระทบมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน
หลังจากมีการประกาศดังกล่าว หุ้น Apollo ปรับตัวลงมากกว่า 2.6% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 หุ้นบริษัทปรับตัวลดลงแล้วกว่า 23% สอดคล้องกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ที่ราคาหุ้นปรับตัวลงเช่นกัน
การไถ่ถอนครั้งนี้ทำให้กองทุนมีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 730 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มีเงินไหลเข้า 724 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบหักล้างกัน
กองทุนระบุในเอกสารถึงผู้ถือหุ้นว่า “ช่วงต้นปี 2569 ตลาดมีความผันผวนสูง และทำให้นักลงทุนจับตามองธุรกิจ Private Credit มากขึ้น”
กองทุนคาดว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้ที่ขอไถ่ถอนประมาณ 45% ของเงินที่ร้องขอ โดยกองทุนประเภทนี้ซึ่งมีโครงสร้างเป็น Business Development Company (BDC) มักอนุญาตให้นักลงทุนถอนเงินได้ประมาณ 5% ของเงินลงทุนต่อไตรมาส และโดยโครงสร้างแล้วนักลงทุนควรถือการลงทุนประมาณ 5 ปี
ในช่วงที่ผ่านมา ผู้จัดการกองทุนทางเลือกหลายแห่งพยายามสร้างความมั่นใจให้ตลาดว่า พอร์ตการลงทุนของตนไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์
Apollo ระบุว่ากองทุน ADS มีการปล่อยกู้ให้บริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและสามารถลงทุนต่อได้แม้ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
นอกจากนี้ Apollo ยังระบุว่าพอร์ตของบริษัทมีสัดส่วนการปล่อยกู้ให้บริษัทซอฟต์แวร์ต่ำกว่าตลาด Private Credit โดยรวม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
อ้างอิง : reuters.com