NCL ผนึก “นาวันเทีย” รุกชิงเค้กกองทัพเรือ
#NCL #ทันหุ้น – NCL ผนึกยักษ์ใหญ่อู่ต่อเรือสเปน “นาวันเทีย” ชิงโปรเจ็กต์กองทัพเรือ ลุ้นประกาศผลผู้ชนะภายในปีนี้ ชูจุดแข็งถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับแรงงานไทย ฟากผู้บริหารเชื่อ New S-Curve สำคัญ รับเมกะเทรนด์งบความมั่นคงโตตามแรงหนุนภูมิรัฐศาสตร์โลก
นายพงษ์เทพ วิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยว่า บริษัท โกลเด้น ซัพพลาย จำกัด (GDS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่NCL ถือหุ้น 100% ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท นาวันเทีย (Navantia) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือของประเทศสเปน เข้าร่วมประมูลงานของกองทัพเรือในโครงการต่อเรือฟริเกตทั้งลำ 100% ในประเทศไทย ตามคำเชิญของกองทัพเรือ โดยคาดว่ากองทัพเรือจะประกาศผลผู้ชนะการประมูลงานภายในปีนี้
@ผนึกพันธมิตร
“เรามีความมั่นใจในศักยภาพและความเชี่ยวชาญของนาวันเทียอย่างมาก ขณะที่นาวันเทียก็มีแผนที่จะร่วมมือกับอู่ต่อเรือและบริษัทไทย ในการดำเนินการก่อสร้างในประเทศไทย 100% เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สูงสุด โดยนาวันเทียจะเป็นผู้ออกแบบ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด้านเทคนิค รวมทั้งส่งมอบการถ่ายทอดเทคโนโลยี (ToT) ที่จำเป็นสำหรับการจัดการ การผลิต การบูรณาการ และการทดสอบ” นายพงษ์เทพ กล่าว
ด้าน พล.ร.อ.สุรพงษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิส ติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท โกลเด้น ซัพพลาย จำกัด และบริษัทนาวันเทีย ทำงานมาด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ กำลังสร้างผลงานปรับปรุงขีดความสามารถ เรือของกองทัพเรืออยู่แล้ว 3 ลำ (เรือช้าง เรือหลวงปัตตานี เรือหลวงนราธิวาส) ซึ่งบริษัทได้ร่วมงานกับ นาวันเทีย และเป็น Local Partner ที่จะประสานงานให้โครงการสำเร็จภายในประเทศ
@แผนร่วมมือ
ทั้งนี้ความร่วมมือของบริษัทและนาวันเทีย ในรูปแบบกิจการร่วมค้า จะทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ มีข้อเสนอแนะที่ดีให้กับกองทัพเรือและคุ้มค่าต่อประเทศชาติมากที่สุด ด้วยแนวทางของกิจการร่วมค้าของเราประเทศไทย จะมีความสามารถในการสร้างเรือฟริเกต ทั้งลำในไทย ตั้งแต่ลำแรกในการสร้างเรือในไทย แรงงานจะต้องพึ่งแรงงานไทยทั้งสิ้น เป็นการสร้างประสบการณ์ ยกระดับทักษะ และรายได้ให้กับแรงงานไทย
“กองทัพเรือต้องมีเรือฟริเกตอีกจำนวนมาก ด้วยแนวทางของเรา กองทัพเรือจะสามารถจัดหาเรือให้ครบอัตราความจำเป็น ได้ภายในประเทศทั้งหมด ส่วนห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไทย จะได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการของโครงการ เป็นแหล่งรายได้และแหล่งประสบการณ์” พล.ร.อ สุรพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถือเป็นธุรกิจใหม่ ด้านส่งเสริมการป้องกันประเทศ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะสนับสนุนการเติบโตของกลุ่ม NCL ในอนาคต เนื่องจากอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยมีการเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงสูงขึ้น