โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เศรษฐกิจกัมพูชา” สะเทือน หลังสหรัฐ-อังกฤษคว่ำบาตรแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 04.02 น.

"เศรษฐกิจกัมพูชา" สะเทือน หลังสหรัฐ-อังกฤษคว่ำบาตรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาตรการขยายวงหลายภาคธุรกิจ เพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อนักลงทุน

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.03 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐที่พุ่งเป้าไปยังเครือข่ายแก๊งหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชา กำลังเริ่มส่งผลกระทบลุกลามไปยังภาคเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายของประเทศมากขึ้น สร้างความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้ภาคธุรกิจ และเพิ่มความกังวลต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชาในสายตานานาชาติ หลังจากก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักรก็ได้ดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน

มาตรการล่าสุด ซึ่งประกาศเมื่อปลายเดือนเมษายนโดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (OFAC) ครอบคลุมชาวกัมพูชา 5 ราย และเครือข่ายบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงออนไลน์และการฟอกเงิน

บุคคลที่ถูกคว่ำบาตรบางรายเป็นนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลทางการเมือง หรือที่เรียกว่า “ออกญา” ซึ่งมักมีบทบาทที่ปรึกษาในรัฐบาล รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ สะท้อนความเชื่อมโยงใกล้ชิดระหว่างชนชั้นนำทางการเมืองและภาคธุรกิจของกัมพูชา

ขอบเขตของมาตรการคว่ำบาตรยังสะท้อนว่า ความพยายามในการสกัดเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและซับซ้อน กำลังขยายวงออกไปไกลกว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยโดยตรง และเริ่มกระทบเศรษฐกิจในวงกว้างของกัมพูชา

ในหลายกรณี บริษัทที่เชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรดำเนินธุรกิจบริการสำคัญ เช่น ธนาคารท้องถิ่นที่มีลูกค้าทั่วไปจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าและระบบประปา ทำให้เกิดความเสี่ยงที่มาตรการเหล่านี้จะกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจในชีวิตประจำวัน และยิ่งซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจต่อระบบการเงินของประเทศ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐได้ยกเว้นมาตรการบางส่วนให้กับบางอุตสาหกรรม เช่น บริษัทจัดจำหน่ายน้ำประปาแห่งหนึ่งในกัมพูชา

การกวาดล้างดังกล่าวยังมีแนวโน้มประสานงานกันมากขึ้นระหว่างหลายประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้สหรัฐฯ และอังกฤษคว่ำบาตร Prince Group และประธานบริษัท ทางการไต้หวันได้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สิงคโปร์จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินดังกล่าว

ในเวลาเดียวกัน หน่วยงานสหรัฐยังเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการยึดทรัพย์ ปิดโดเมนเว็บไซต์ และคว่ำบาตรทางการเงินเพิ่มเติม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า มาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกำจัดแก๊งไซเบอร์ทั้งหมดในทันที แต่ต้องการทำให้ต้นทุนและการดำเนินงานของเครือข่ายเหล่านี้ยากขึ้น

Bradley Jensen-Murg นักเศรษฐศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัย Paragon International ในกรุงพนมเปญ กล่าวว่า“มาตรการคว่ำบาตรทำให้กิจกรรมเหล่านี้มีต้นทุนสูงขึ้นและดำเนินต่อได้ยากขึ้น มากกว่าจะหยุดได้อย่างสิ้นเชิง” พร้อมระบุว่า การตัดสภาพคล่องและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินจะเพิ่มแรงกดดัน แม้เครือข่ายอาจกระจายตัวและกลับไปตั้งฐานใหม่ที่อื่นในอนาคตก็ตาม

สำหรับภาคธุรกิจ ผลกระทบที่ตามมาคือภาระด้านการตรวจสอบและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

Chris McCarthy ผู้อำนวยการหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา กล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ เริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือองค์กรที่ถูกคว่ำบาตรโดยไม่ตั้งใจ

“ภาระด้านการตรวจสอบคู่ค้าถือว่าสูงมาก โดยเฉพาะในตลาดที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทไม่ได้โปร่งใสเสมอไป” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ธุรกิจจำเป็นต้องตรวจสอบความสัมพันธ์กับคู่ค้า อสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงินอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร

แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงมองเห็นศักยภาพระยะยาวของกัมพูชา จากแรงงานวัยหนุ่มสาวและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มกดดันการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การกำกับดูแลเข้มงวดขึ้นทั่วโลก

ด้านรัฐบาลกัมพูชาเองก็เพิ่มความพยายามปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออนไลน์ ผ่านการบุกค้นพื้นที่ต้องสงสัยหลายแห่ง โดย Hun Manet นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุเมื่อต้นปีว่า กิจกรรมเหล่านี้กำลัง “ทำลาย” เศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายของประเทศ

ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชายังตอบโต้เสียงวิจารณ์จากต่างประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ใช้คำว่า “Scambodia” เพื่อสื่อถึงปัญหาหลอกลวงออนไลน์ในประเทศ จนนำไปสู่กระแสไม่พอใจในสังคมกัมพูชา

นักวิเคราะห์ มองว่า ผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่บุคคลหรือบริษัทที่ถูกลงโทษ แต่กำลังเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อกัมพูชา

Jensen-Murg กล่าวว่า “กัมพูชาเสี่ยงถูกมองไม่ใช่แค่ตลาดเกิดใหม่ที่มีปัญหาด้านธรรมาภิบาล แต่เป็นประเทศที่เศรษฐกิจผิดกฎหมายและเศรษฐกิจปกติพันกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่แก้ไขได้ยาก และอาจกดดันประเทศไปอีกนาน”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...