อิหร่านลั่นยุทธศาสตร์ปลุกโลกอิสลาม ประกาศสงคราม “มนุษยธรรมชนป่าเถื่อน” ไม่ยอมสยบระบบไซโอนิสต์-สหรัฐอเมริก
อิหร่านลั่นยุทธศาสตร์ปลุกโลกอิสลาม ประกาศสงคราม “มนุษยธรรมชนป่าเถื่อน” ไม่ยอมสยบระบบไซโอนิสต์-สหรัฐอเมริก
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ดร.นัสเซเรดดิน เฮย์ดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการพลีชีพของผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านว่า นับจากเหตุการณ์ที่ขมขื่นที่สุด ในขณะเดียวกันนับเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอิหร่าน โดยอิหร่านและโลกอิสลามไม่ได้สูญเสียเพียงแค่ผู้นำผู้ชาญฉลาดเท่านั้น แต่ยังสูญเสียบิดาผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาของประชาชาติอิหร่านผู้เฝ้าสังเกตการณ์ที่เฉียบแหลมบนเส้นทางสู่การปลดปล่อยกรุงอัล-กุดส์ (เยรูซาเล็ม) อันศักดิ์สิทธิ์และเกียรติยศของชาวมุสลิม วันที่ 40 ในวัฒนธรรมของเราไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสืบสาน ความสุกงอมของเลือดแห่งผู้พลีชีพ และจุดเริ่มต้นของการเติบโตใหม่
“หากศัตรูคิดว่าการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี และเหล่านายทหารผู้กล้าหาญของกองทัพอิหร่าน รวมถึงพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ทั้งผู้หญิง เด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหญิงตัวน้อยจากโรงเรียนประถมมีนาบในช่วง 40 วันที่ผ่านมา จะทำให้เปลวไฟแห่งความยุติธรรมดับมอดลง ในวันนี้เพื่อรำลึกถึงการพลีชีพของผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในประเทศไทยและส่วนอื่น ๆ ของโลก เขาจะตระหนักได้ว่าผู้พลีชีพนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีวันตาย และจะอยู่เคียงข้างพระผู้เป็นเจ้าเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิหร่านและโลกอิสลามในช่วง 40 วันนี้ ได้เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ที่อ้างสิทธิ์ในสิทธิมนุษยชนจอมปลอม การรุกรานที่ป่าเถื่อนของระบอบไซโอนิสต์ ด้วยการสมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา ได้แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในวันนี้คือการต่อสู้ระหว่างมนุษยธรรมและความป่าเถื่อน”
เอกอัครราชทูตแห่งอิหร่านระบุถึงจิตวิญญาณของการตื่นรู้และความสามัคคีว่า พวกเขาคิดว่าการทิ้งระเบิดและการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ จะสามารถทำลายเจตจำนงของชาติที่ถือว่าการพลีชีพคือความสุขบรมสุขได้ แต่ความจริง เลือดทุกหยดที่หยดลงในกาซาและเตหะราน ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการตื่นรู้ในหมู่เยาวชนมุสลิมตั้งแต่ตะวันออกจรดตะวันตกของโลก ในวันนี้ส่วนหนึ่งของหน้าที่ทางศาสนาและอิสลาม ประณามผู้กดขี่ ในโอกาสนี้ได้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังโลกว่า ประชาชาติอิสลามคือเรือนร่างเดียวกัน และชาวมุสลิมจะไม่มีวันยอมสยบต่อการกดขี่
เอกอัครราชทูตแห่งอิหร่านระบุถึงการยืนหยัดต่อสู้และความสามัคคีของมุสลิมว่า ใน "สัปดาห์แห่งเอกภาพ" (Unity Week) และ "วันกุดส์" (Quds Day) ไม่ใช่การดำเนินกลยุทธ์ทางการเมือง แต่เป็นยุทธศาสตร์สำหรับการหลอมรวมชาวมุสลิมทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทั้งนี้การต่อสู้ที่สร้างสรรค์ของกองกำลังทหารอิหร่านในการปกป้องแผ่นดินอิหร่านในช่วงสงครามที่โหดร้ายตลอด 40 วันนี้ เป็นผลมาจากความรอบคอบ ความมีเหตุผล การมองการณ์ไกล และจิตวิญญาณภายใต้การนำของท่าน และในขณะเดียวกัน ก็เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จของการปกครองแบบอิสลามในอิหร่านภายใต้การนำของท่าน