โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ADB หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเหลือ 1.8% เตือนวิกฤตตะวันออกกลาง-ภาษีสหรัฐฯ ทำส่งออกทรุด

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 69 เหลือเพียง 1.8% ชี้ปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งวิกฤตตะวันออกกลาง ดันราคาพลังงานพุ่ง และกำแพงภาษีสหรัฐฯ ซ้ำเติมภาคส่งออก ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า ฉุดการบริโภคและการเบิกจ่ายภาครัฐ แนะไทยเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างหลังพบผลิตภาพแรงงานเติบโตเป็นศูนย์ ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

วันนี้ (11 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ เอดีบี ได้ รายงานแนวโน้มการพัฒนาเอเชีย (ADO) เม.ย. 2569 พบว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของเอเชียและแปซิฟิกที่กำลังพัฒนาภายใต้สถานการณ์ที่สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว การเติบโตของภูมิภาคคาดว่าจะลดลงเหลือ 5.1% ทั้งในปี 2569 และ 2570 ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

ในขณะที่การเติบโตของการส่งออกจะกลับสู่ภาวะปกติหลังจากที่เร่งส่งออกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนที่สหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษี ความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังพัฒนา จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตต่อไป หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อลดลงในหลายประเทศในปี 2568 คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นเป็น 3.6% ในปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งส่งผลกระทบในทางลบ

ภูมิภาคเอเชียก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่ท้าทายและไม่แน่นอนนี้จากจุดแข็ง โดยอัตราการเติบโตยังคงแข็งแกร่งที่ 5.4% ในปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าก่อนการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่แข็งแกร่ง และการบริโภคภาคเอกชนที่เข้มแข็ง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อมากขึ้นจะผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค

นอกจากนี้ การตึงตัวอย่างฉับพลันในสภาวะทางการเงินโลกอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น การขึ้นภาษีศุลกากรครั้งใหม่และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและทำให้ความต้องการจากต่างประเทศอ่อนแอลง

ขณะที่ประเทศไทย เอดีบีระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2569 จะลดลงเหลือเพียง 1.8% จากเดิมที่เติบโต 2.4% ในปี 2568 และ 2.9% ในปี 2567 สาเหตุหลักของการชะลอตัวในปี 2569 มาจากปัจจัยลบหลายด้าน ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น และต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึง 86.8% ของ GDP เป็นตัวฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนให้ยังคงซบเซา ส่วนการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากการเรียกเก็บภาษีศุลกากรโลก 10% ของสหรัฐฯ ประกอบกับปริมาณการค้าโลกที่มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน ก.พ. 2569 และการรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่จนถึงช่วงกลางปี จะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ล่าช้า ส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐสนับสนุนเศรษฐกิจได้จำกัด

รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล โดยระบุว่าผลิตภาพแรงงานของไทยเติบโตช้ากว่าคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงปี 2558–2566 ที่ผลิตภาพปัจจัยการผลิตโดยรวม (Total Factor Productivity) ของไทยเติบโตเฉลี่ยที่ 0% ซึ่งสะท้อนว่าไทยขาดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนี้ มูลค่าเพิ่ม (Value-added) ในสินค้าส่งออกของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศสูง ทำให้ประโยชน์จากการส่งออกไม่ตกสู่ผู้ผลิตและแรงงานในประเทศเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในปี 2570 โดยขยายตัวได้ที่ 2.0% จากปัจจัยหนุนด้านการท่องเที่ยวที่จะกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเมื่อสถานการณ์โลกเริ่มคงที่ และการลงทุนภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด และดิจิทัล ที่ยังคงมีแรงส่งต่อเนื่องจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ทั้งนี้ เอดีบีเสนอให้ปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ผ่านการยกระดับทักษะแรงงาน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) และการลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเพื่อสร้างห่วงโซ่มูลค่าในประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้อย่างยืดหยุ่นในระยะปานกลาง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...