โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SONIC รับศึกค่าเฟรทพุ่ง เขย่าดีมานด์ขนส่งหดตัว

ทันหุ้น

อัพเดต 11 เม.ย. เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 18.30 น.

#SONIC #ทันหุ้น – SONIC ค่าระวางเรือผันผวน ชี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนชัด เลือกชะลอขนส่ง รอจังหวะค่าอ่อนตัวลง ด้านขนส่งทางอากาศได้รับแรงกดดัน เหตุบางเส้นทางยกเลิกเที่ยวบินจากปัญหาในตะวันออกกลาง ส่งผลให้วอลุ่มขนส่งหายไป

ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ค่าระวางเรือ(Freight Rate) ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยครึ่งแรกของเดือนอัตราค่าระวางยังทรงตัวอยู่ที่ประมาณ1,500-3,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในช่วงครึ่งเดือนหลังราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเท่าตัว หรือมากกว่า 100% มาอยู่ที่ระดับประมาณ3,600 ดอลลาร์สหรัฐ

ต้นทุนสูง

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เมื่อต้นทุนค่าระวางปรับสูงขึ้น ลูกค้าจะเร่งส่งออกเพื่อให้ทันคำสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันทั้งผู้ส่งออกและผู้รับสินค้ามีแนวโน้มเลือกชะลอการขนส่ง เพื่อรอดูสถานการณ์ให้ค่าระวางปรับลดลงก่อน

นอกจากนี้ การขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ยังได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยวอลุ่มการขนส่งทางอากาศปรับลดลง เนื่องจากมีการยกเลิกเที่ยวบินในบางเส้นทางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องบินผ่านเขตพื้นที่ที่มีปัญหาในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งในส่วนดังกล่าวหายไปในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี บริษัทใช้โมเดลการเรียกเก็บค่าบริการในลักษณะ Cost Plus โดยหากสายเรือมีการปรับขึ้นค่าเฟรท บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนดังกล่าวผ่านไปยังลูกค้าได้ตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่รายได้หลักในส่วนของค่าธรรมเนียมการจัดการ (Handling Charge) ยังอยู่ในระดับคงที่ ไม่ได้ปรับขึ้นหรือลงตามความผันผวนของค่าระวางเรือดิบ ทำให้ความเสี่ยงโดยตรงด้านต้นทุนค่าระวางมีอยู่จำกัด

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมที่บริษัทต้องเผชิญ คือ ปริมาณการขนส่งที่อาจลดลงจากความสามารถในการจ่ายของลูกค้า ซึ่งได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หากลูกค้าไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าปลายทางให้สอดคล้องกับค่าระวางที่สูงขึ้นได้ ก็อาจนำไปสู่การชะลอการส่งสินค้าในที่สุด

สำหรับปริมาณการขนส่งรวม บริษัทประเมินว่ามีสัญญาณอ่อนตัวลง โดยหากพิจารณาในเชิงไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) คาดว่าวอลุ่มอาจลดลงราว 5-10% เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจขนส่งอยู่แล้ว ประกอบกับเทศกาลสงกรานต์ที่ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หยุดดำเนินการต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์

ทั้งนี้ SONIC มองว่าด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายของฐานลูกค้า และลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์รวมถึงยอมรับการปรับค่าบริการตามต้นทุนพลังงานที่แท้จริง จึงไม่ได้มีปัญหาในการต่อรองมากนัก อีกทั้งบริษัทยังมีหลายหน่วยธุรกิจช่วยกระจายความเสี่ยง ทำให้ผลกระทบในแต่ละส่วนถูกเฉลี่ยออกไป และช่วยให้ภาพรวมผลการดำเนินงานยังประคองตัวได้โดยไม่ปรับลดลงรุนแรง

เน้นกลยุทธ์

ขณะเดียวกันSONIC ยังคงยึดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ B2B โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็น Freight Forwarder ด้วยกัน มากกว่าการแข่งขันแย่งฐานลูกค้า Direct Shipper ทำให้เมื่อภาวะตลาดชะลอตัว ผลกระทบจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีสัญญาระยะยาวในบางเส้นทางสำคัญ เช่น ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีService Contract กำหนดกรอบราคาไว้อย่างชัดเจน ช่วยประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงที่ตลาดซบเซาไปได้ จนกว่าปัจจัยเศรษฐกิจและค่าระวางเรือจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...