SONIC รับศึกค่าเฟรทพุ่ง เขย่าดีมานด์ขนส่งหดตัว
#SONIC #ทันหุ้น – SONIC ค่าระวางเรือผันผวน ชี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนชัด เลือกชะลอขนส่ง รอจังหวะค่าอ่อนตัวลง ด้านขนส่งทางอากาศได้รับแรงกดดัน เหตุบางเส้นทางยกเลิกเที่ยวบินจากปัญหาในตะวันออกกลาง ส่งผลให้วอลุ่มขนส่งหายไป
ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า สถานการณ์ค่าระวางเรือ(Freight Rate) ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีความผันผวนอย่างรุนแรง โดยครึ่งแรกของเดือนอัตราค่าระวางยังทรงตัวอยู่ที่ประมาณ1,500-3,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในช่วงครึ่งเดือนหลังราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเท่าตัว หรือมากกว่า 100% มาอยู่ที่ระดับประมาณ3,600 ดอลลาร์สหรัฐ
ต้นทุนสูง
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เมื่อต้นทุนค่าระวางปรับสูงขึ้น ลูกค้าจะเร่งส่งออกเพื่อให้ทันคำสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันทั้งผู้ส่งออกและผู้รับสินค้ามีแนวโน้มเลือกชะลอการขนส่ง เพื่อรอดูสถานการณ์ให้ค่าระวางปรับลดลงก่อน
นอกจากนี้ การขนส่งทางอากาศ (Air Freight) ยังได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยวอลุ่มการขนส่งทางอากาศปรับลดลง เนื่องจากมีการยกเลิกเที่ยวบินในบางเส้นทางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องบินผ่านเขตพื้นที่ที่มีปัญหาในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งในส่วนดังกล่าวหายไปในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี บริษัทใช้โมเดลการเรียกเก็บค่าบริการในลักษณะ Cost Plus โดยหากสายเรือมีการปรับขึ้นค่าเฟรท บริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนดังกล่าวผ่านไปยังลูกค้าได้ตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่รายได้หลักในส่วนของค่าธรรมเนียมการจัดการ (Handling Charge) ยังอยู่ในระดับคงที่ ไม่ได้ปรับขึ้นหรือลงตามความผันผวนของค่าระวางเรือดิบ ทำให้ความเสี่ยงโดยตรงด้านต้นทุนค่าระวางมีอยู่จำกัด
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมที่บริษัทต้องเผชิญ คือ ปริมาณการขนส่งที่อาจลดลงจากความสามารถในการจ่ายของลูกค้า ซึ่งได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น หากลูกค้าไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าปลายทางให้สอดคล้องกับค่าระวางที่สูงขึ้นได้ ก็อาจนำไปสู่การชะลอการส่งสินค้าในที่สุด
สำหรับปริมาณการขนส่งรวม บริษัทประเมินว่ามีสัญญาณอ่อนตัวลง โดยหากพิจารณาในเชิงไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) คาดว่าวอลุ่มอาจลดลงราว 5-10% เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วงโลว์ซีซันของธุรกิจขนส่งอยู่แล้ว ประกอบกับเทศกาลสงกรานต์ที่ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หยุดดำเนินการต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์
ทั้งนี้ SONIC มองว่าด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายของฐานลูกค้า และลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์รวมถึงยอมรับการปรับค่าบริการตามต้นทุนพลังงานที่แท้จริง จึงไม่ได้มีปัญหาในการต่อรองมากนัก อีกทั้งบริษัทยังมีหลายหน่วยธุรกิจช่วยกระจายความเสี่ยง ทำให้ผลกระทบในแต่ละส่วนถูกเฉลี่ยออกไป และช่วยให้ภาพรวมผลการดำเนินงานยังประคองตัวได้โดยไม่ปรับลดลงรุนแรง
เน้นกลยุทธ์
ขณะเดียวกันSONIC ยังคงยึดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ B2B โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็น Freight Forwarder ด้วยกัน มากกว่าการแข่งขันแย่งฐานลูกค้า Direct Shipper ทำให้เมื่อภาวะตลาดชะลอตัว ผลกระทบจะเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีสัญญาระยะยาวในบางเส้นทางสำคัญ เช่น ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีService Contract กำหนดกรอบราคาไว้อย่างชัดเจน ช่วยประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงที่ตลาดซบเซาไปได้ จนกว่าปัจจัยเศรษฐกิจและค่าระวางเรือจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล