โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาอิหร่าน ขณะสหรัฐฯ เดินหน้าปิดล้อมทางทะเล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 01.20 น.

สหรัฐฯ คุมเข้มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านหลังเจรจาล่ม ด้านทรัมป์เผยอาจกลับมาเจรจาใหม่ในไม่กี่วัน ท่ามกลางความกังวลหยุดยิงสะดุดและเศรษฐกิจโลกสั่นคลอน

วันที่ 15 เม.ย.2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ว่า “คุณควรอยู่ที่นั่นต่อไป (อิสลามาบัด) จริง ๆ เพราะอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มจะไปที่นั่นมากขึ้น”

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ ยังไม่มีเรือลำใดผ่านการปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งอิหร่านที่สหรัฐฯ บังคับใช้ได้เลย สถานการณ์เผชิญหน้าครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อโอกาสของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุในสัปดาห์หน้า

ฝั่งอิหร่านยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำกล่าวของทรัมป์ ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ระบุว่า “มีความเป็นไปได้สูงมาก” ที่การเจรจาจะกลับมาอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่จากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ปากีสถาน และอิหร่าน ยังเปิดเผยว่า คณะเจรจาจากวอชิงตันและเตหะรานอาจเดินทางกลับไปยังปากีสถานในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของรอยเตอร์

ความหวังว่าการทูตจะยังดำเนินต่อไปได้ ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในตลาดน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันอ้างอิงปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ในวันอังคาร

อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ถูกโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ปัจจุบัน เรือรบสหรัฐฯ มากกว่าสิบลำ พร้อมกำลังพลราว 10,000 นาย กำลังบังคับใช้มาตรการปิดล้อมต่อเรือจากทุกประเทศที่พยายามเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านขาดแหล่งรายได้สำคัญ

มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันเตหะราน โดยมุ่งโจมตีแหล่งรายได้หลัก 2 ทางของประเทศ ได้แก่ รายได้จากน้ำมัน และค่าธรรมเนียมการผ่านช่องแคบที่อิหร่านเรียกเก็บจากเรือ

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางและบางส่วนของเอเชียกลาง ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก มีเรือพาณิชย์ 6 ลำ“ปฏิบัติตามคำสั่ง” ของกองกำลังสหรัฐฯ โดยหันกลับไปยังท่าเรืออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลติดตามเรือที่วิเคราะห์โดย BBC Verify พบว่า มีเรืออย่างน้อย 4 ลำที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สามารถข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้แม้มีการปิดล้อม โดยอย่างน้อย 2 ลำเคยอยู่ที่ท่าเรืออิหร่านก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ยังมีเรืออีก 3 ลำที่ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ถูกพบว่าข้ามช่องแคบหลังการปิดล้อมเริ่มต้นเมื่อวันจันทร์

การเจรจาระดับสูงในกรุงอิสลามาบัดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอ

ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี ขณะที่ฝ่ายเตหะรานเสนอเพียง 5 ปี ตามแหล่งข่าว

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสงครามครั้งนี้อาจฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวกับ BBC ว่า “ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจเล็กน้อย” เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเพื่อความมั่นคงระยะยาวของโลก

อย่างไรก็ตาม จีนได้วิจารณ์มาตรการปิดล้อมดังกล่าวว่า “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ” และเตือนว่าจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว

ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงเริ่มการเจรจาโดยตรง หลังการหารือในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร ซึ่งมีที่มาจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

การพบกันที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นการเจรจาโดยตรงครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศนับตั้งแต่ปี 1993 โดยเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการหารือที่ “สร้างสรรค์” ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่แห่งสันติภาพ”

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำกับ BBC ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในอิสลามาบัด ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในวอชิงตันแต่อย่างใด

อ้างอิง : bbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...