ทรัมป์ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาอิหร่าน ขณะสหรัฐฯ เดินหน้าปิดล้อมทางทะเล
สหรัฐฯ คุมเข้มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านหลังเจรจาล่ม ด้านทรัมป์เผยอาจกลับมาเจรจาใหม่ในไม่กี่วัน ท่ามกลางความกังวลหยุดยิงสะดุดและเศรษฐกิจโลกสั่นคลอน
วันที่ 15 เม.ย.2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ว่า “คุณควรอยู่ที่นั่นต่อไป (อิสลามาบัด) จริง ๆ เพราะอาจมีบางอย่างเกิดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มจะไปที่นั่นมากขึ้น”
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ ยังไม่มีเรือลำใดผ่านการปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งอิหร่านที่สหรัฐฯ บังคับใช้ได้เลย สถานการณ์เผชิญหน้าครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อโอกาสของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุในสัปดาห์หน้า
ฝั่งอิหร่านยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำกล่าวของทรัมป์ ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ระบุว่า “มีความเป็นไปได้สูงมาก” ที่การเจรจาจะกลับมาอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่จากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ปากีสถาน และอิหร่าน ยังเปิดเผยว่า คณะเจรจาจากวอชิงตันและเตหะรานอาจเดินทางกลับไปยังปากีสถานในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของรอยเตอร์
ความหวังว่าการทูตจะยังดำเนินต่อไปได้ ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในตลาดน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันอ้างอิงปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ในวันอังคาร
อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ถูกโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ปัจจุบัน เรือรบสหรัฐฯ มากกว่าสิบลำ พร้อมกำลังพลราว 10,000 นาย กำลังบังคับใช้มาตรการปิดล้อมต่อเรือจากทุกประเทศที่พยายามเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านขาดแหล่งรายได้สำคัญ
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันเตหะราน โดยมุ่งโจมตีแหล่งรายได้หลัก 2 ทางของประเทศ ได้แก่ รายได้จากน้ำมัน และค่าธรรมเนียมการผ่านช่องแคบที่อิหร่านเรียกเก็บจากเรือ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางและบางส่วนของเอเชียกลาง ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก มีเรือพาณิชย์ 6 ลำ“ปฏิบัติตามคำสั่ง” ของกองกำลังสหรัฐฯ โดยหันกลับไปยังท่าเรืออิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลติดตามเรือที่วิเคราะห์โดย BBC Verify พบว่า มีเรืออย่างน้อย 4 ลำที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สามารถข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้แม้มีการปิดล้อม โดยอย่างน้อย 2 ลำเคยอยู่ที่ท่าเรืออิหร่านก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ยังมีเรืออีก 3 ลำที่ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ถูกพบว่าข้ามช่องแคบหลังการปิดล้อมเริ่มต้นเมื่อวันจันทร์
การเจรจาระดับสูงในกรุงอิสลามาบัดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอ
ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี ขณะที่ฝ่ายเตหะรานเสนอเพียง 5 ปี ตามแหล่งข่าว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าสงครามครั้งนี้อาจฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวกับ BBC ว่า “ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจเล็กน้อย” เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเพื่อความมั่นคงระยะยาวของโลก
อย่างไรก็ตาม จีนได้วิจารณ์มาตรการปิดล้อมดังกล่าวว่า “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ” และเตือนว่าจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงเริ่มการเจรจาโดยตรง หลังการหารือในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร ซึ่งมีที่มาจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
การพบกันที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นการเจรจาโดยตรงครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศนับตั้งแต่ปี 1993 โดยเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการหารือที่ “สร้างสรรค์” ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่แห่งสันติภาพ”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำกับ BBC ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในอิสลามาบัด ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในวอชิงตันแต่อย่างใด
อ้างอิง : bbc.com