“ทรัมป์” ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม-ทองแดงครั้งใหญ่ แต่ยังคงอัตราภาษี 50%
"ทรัมป์" ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม-ทองแดงครั้งใหญ่ แต่ยังคงอัตราภาษี 50% หวังปกป้องอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศและผลักดันนโยบายการค้าสมัยที่สองของรัฐบาล
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 02.40 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะยังคงเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดง ในอัตรา 50% สำหรับสินค้านำเข้าจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่เพื่อให้สินค้าที่มีส่วนประกอบของโลหะในปริมาณน้อยได้รับการยกเว้นหรือเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า การปรับนโยบายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของระบบภาษี และสร้างความเป็นธรรมให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์
ภายใต้โครงสร้างใหม่ สินค้าที่มีเหล็ก อะลูมิเนียม หรือทองแดงเป็นส่วนประกอบรวมกันไม่ถึง 15% ของสินค้า จะได้รับการยกเว้นภาษีโลหะ ขณะที่สินค้าบางประเภทที่ถือว่าผลิตจากโลหะเป็นหลักจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25%
สินค้าที่ผลิตในต่างประเทศแต่ใช้โลหะที่ผลิตในสหรัฐทั้งหมด จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 10% ขณะที่อุปกรณ์อุตสาหกรรมและอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้โลหะจำนวนมาก จะถูกเก็บภาษี 15% ไปจนถึงปี 2570 เพื่อสนับสนุนฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐ
อย่างไรก็ตามภาษี 50% จะยังคงใช้กับสินค้านำเข้าจำนวนมาก รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็กและอะลูมิเนียม เช่น ท่อเหล็กนำเข้า และภาษีจะคิดจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้า ไม่ใช่เฉพาะมูลค่าโลหะที่อยู่ในสินค้า
หลังประกาศดังกล่าว ราคาทองแดงในตลาด Comex ปรับตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนจะลดลงในเวลาต่อมา
การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัทจำนวนมากล็อบบี้รัฐบาล โดยระบุว่านโยบายภาษีโลหะก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย เช่น ไหมขัดฟันที่มีชิ้นส่วนโลหะเล็ก ๆ หรือเครื่องซักผ้า ซึ่งก่อนหน้านี้ยังถูกเก็บภาษีโลหะเต็มจำนวน
นโยบายภาษีโลหะนี้อยู่ภายใต้กฎหมาย Section 232 ของ Trade Expansion Act ปี 1962 และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการค้าสมัยที่สองของทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ เพิ่มการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และปรับสมดุลการค้าโลก
แม้ว่าศาลฎีกาสหรัฐจะเคยยกเลิกภาษีรายประเทศบางส่วนของทรัมป์เมื่อต้นปีนี้ แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงใช้กฎหมายอื่นเพื่อสร้างกำแพงภาษีต่อไป และในวันเดียวกัน รัฐบาลยังเตรียมประกาศภาษีนำเข้ายา โดยจะเก็บภาษีสูงขึ้นกับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตยาในสหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่า โครงสร้างภาษีใหม่อาจทำให้สินค้านำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมบางประเภทต้องเสียภาษีสูงขึ้น แต่ระบบใหม่จะคำนวณภาษีได้ง่ายขึ้น
ผู้สนับสนุนนโยบายกล่าวว่าการปรับโครงสร้างภาษีโลหะครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ และช่วยภาคอุตสาหกรรมและแรงงานอเมริกัน
อย่างไรก็ตามภาษีศุลกากรและสงครามอิหร่านที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กำลังเพิ่มค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน 2569
อ้างอิง : bloomberg.com