โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AMA รับศึกน้ำมันเดือด รถบรรทุกมาร์จิ้นแกร่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 19.01 น.

#AMA #ทันหุ้น – AMA ราคาน้ำมันเตา ดีเซลพุ่งแรง 150% กดดันธุรกิจเรือ ลูกค้าชะลอใช้บริการ ด้านผู้บริหาร “พิศาล รัชกิจประการ” เร่งปรับเกมธุรกิจ โยกรถลุยขนส่งน้ำมันปาล์มดิบภาคใต้รักษา Utilization Rate ส่งซิกมาร์จิ้นรถบรรทุกแกร่ง

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ปัจจุบันธุรกิจขนส่งเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของเรือขนส่งสินค้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 140-150% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สูงกว่าการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 100% ส่งผลให้ลูกค้าส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจใช้บริการในลักษณะรอดูสถานการณ์ หรือ Wait and See เนื่องจากหากบริษัทจะปรับขึ้นค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง จำเป็นต้องปรับขึ้นในระดับ 60-70% ซึ่งทำได้ยากในทางปฏิบัติ

ความท้าทาย

นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญความท้าทายจากการเข้าถึงเชื้อเพลิงในต่างประเทศที่เริ่มตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศสิงคโปร์ที่ระงับการขายน้ำมันดีเซลให้เรือพาณิชย์ทุกประเภท เพื่อสำรองไว้ใช้ภายในประเทศก่อน ขณะที่ประเทศอื่น อาทิ มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน แม้ยังมีการจำหน่ายน้ำมัน แต่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูงจากความกังวลต่อภาวะขาดแคลนในอนาคต

สำหรับธุรกิจขนส่งทางบกด้วยรถบรรทุก ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ยังมีผลการดำเนินงานที่ดี และมีอัตรากำไรสุทธิ (มาร์จิ้น) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคมเริ่มเห็นสัญญาณความกังวลเพิ่มขึ้น จากภาวะน้ำมันในประเทศที่อาจเริ่มตึงตัว หากการนำเข้าจากตะวันออกกลางยังเผชิญข้อจำกัด โดยปัจจุบันเริ่มพบปัญหาสถานีบริการน้ำมันบางแห่งมีน้ำมันไม่เพียงพอ ส่งผลให้รถขนส่งเกิดความล่าช้าในการให้บริการ ต้นทุนการรอคอยและค่าใช้จ่ายพนักงานขับรถเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนรอบวิ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายเดิม

ขณะเดียวกัน หากภาครัฐมีมาตรการประหยัดพลังงานหรือจำกัดปริมาณการใช้น้ำมันสำหรับรถขนส่งขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการขนส่งของบริษัท ทั้งนี้ AMA ได้เตรียมแผนสำรองเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยโยกย้ายรถบรรทุกบางส่วนลงสู่ภาคใต้ เพื่อรองรับงานขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) ซึ่งอยู่ในช่วงที่มีความต้องการสูงจากการส่งออกไปยังประเทศอินเดีย ผ่านการขนส่งจากโรงหีบไปยังท่าเรือกระบี่และภูเก็ต ซึ่งช่วยรักษาอัตราการใช้ประโยชน์กองรถให้อยู่ในระดับสูง

หวังคลี่คลาย

นายพิศาล กล่าวว่า บริษัทคาดหวังให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว แต่ในระหว่างนี้จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เพื่อประคองผลการดำเนินงานในช่วงที่ภาวะต้นทุนยังผันผวน

ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจขนส่งทางเรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 45% ของรายได้รวม แม้จะได้รับอานิสงส์จากรายได้ที่เป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทในช่วงค่าเงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนรายได้ แต่ปัจจัยบวกดังกล่าวยังถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงเรือที่พุ่งขึ้นมากกว่า150%

สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/2569 บริษัทมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างมาก หากสถานการณ์การสู้รบยังยืดเยื้อ แม้กรณีสถานการณ์ยุติลงทันที ระบบขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมายังประเทศไทยยังต้องใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 3-4 สัปดาห์ หรือราว 1 เดือน กว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงทำให้ผลกระทบเชิงลบยังมีแนวโน้มต่อเนื่องในระยะถัดไป

อย่างไรก็ดี แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส1/2569 คาดว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง เนื่องจากผลประกอบการในช่วง 2 เดือนแรกของปีทำได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติบโตเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายAMA มองว่าบริษัทจะเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มขนส่งที่สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว จากฐานลูกค้าธุรกิจขนส่งทางบกที่ยังแข็งแกร่งและมีอัตรากำไรที่ดี ส่วนธุรกิจเรือรอเพียงต้นทุนเชื้อเพลิงกลับเข้าสู่ระดับสมดุล ก็จะสามารถกลับมารับรู้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าระวางเรือได้ตามปกติอีกครั้ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...