สมาคมบลจ. เผยประชุม AGM ปีนี้ เข้มคุณสมบัติบอร์ดบจ. ป้องกันทุนสีเทา-ฟอกเงิน
สมาคมบลจ. ประกาศจุดยืนหนุนธรรมาภิบาล ชูแนวทางใช้สิทธิ์ออกเสียงฤดูกาลประชุมผู้ถือหุ้น โฟกัสคุณสมบัติบอร์ดป้องกันทุนสีเทา-ฟอกเงินหวังปกป้องผู้ลงทุนไทย
17 มี.ค. 2569 - นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) หรือสมาคมบลจ. เปิดเผยว่า สมาคมฯในฐานะตัวแทนนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เดินหน้าเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ Collective & Positive Engagement เข้าหารือบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อติดตามการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลอย่างใกล้ชิด
พร้อมประกาศยึดมั่นแนวทางมาตรฐานของอุตสาหกรรมจัดการลงทุนในการใช้สิทธิ์ออกเสียง (Proxy Voting Guidelines) ช่วงฤดูกาลประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ปีนี้ เน้นการให้ความสำคัญกับคุณสมบัติกรรมการรายบุคคลและต้องไม่มีเหตุสงสัยเกี่ยวกับความเป็นอิสระที่แท้จริง พร้อมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ยึดแนวทางสากลในการป้องกันบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเข้าบริหารกิจการ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย
นางชวินดา กล่าวว่าในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทจัดการลงทุนได้ร่วมกันเข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียนอย่างสร้างสรรค์เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) แม้จะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในหลายบริษัท แต่ยังคงมีประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
“ในปีนี้สมาคมฯ จึงมุ่งเน้นเป็นพิเศษในหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉพาะประเด็นการแต่งตั้งกรรมการบริษัทซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร”
ประเด็นหลักที่เหล่านักลงทุนสถาบันจะให้ความสำคัญในการประชุมผู้ถือหุ้นปีนี้ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นั้นมีคุณสมบัติ ทักษะ และประสบการณ์ที่เหมาะสม สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมได้อย่างแท้จริง กระบวนการคัดเลือก โดยสนับสนุนกระบวนการคัดกรองจากคณะกรรมการสรรหาของบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นระบบ และการเปิดโอกาสให้การพิจารณาแต่งตั้งกรรมการต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ความอิสระและโปร่งใส
“กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความเป็นอิสระ (True Independence) มาตรการป้องกันทุนสีเทาและการฟอกเงิน”
นางชวินดา กล่าวอีกว่า สมาคมบลจ. พร้อมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงข้อบังคับบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อไม่ให้บริษัทอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มทุนที่ไม่โปร่งใส รวมถึงป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับ/จำกัดการทำธุรกรรม เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ
“เรามุ่งหวังให้พลังเสียงจากการลงคะแนน (Proxy Voting) ของนักลงทุนสถาบัน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย เราเชื่อมั่นว่าการใช้สิทธิ์ออกเสียงอย่างมีหลักการตาม Proxy Voting Guidelines และการกลั่นกรองอย่างเข้มข้นในระดับตัวบุคคล จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุนไทยและสร้างความยั่งยืนให้เกิดกับตลาดทุนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางชวินดากล่าว