โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เทพไท’ ชี้เป่าคดีฮั้วส.ว. ช่วยตั้งครม.อนุทินฉลุย

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 00.39 น.

17 มีนาคม 2569 - นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง

เป่าคดีฮั้วส.ว. รองรับแต่งตั้ง ครม.ใหม่

หลังจากที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ได้ออกหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย และกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมอย่างแน่นอน

ซึ่งไม่ได้ผิดความคาดหมาย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่พรรคภูมิใจไทยได้วางไว้แล้วทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของคดีฮั้วส.ว. ที่อนุกรรมการชุดที่ 26 ได้สอบสวน มีส.ว. จำนวน 138 คน และบุคคลอื่นที่เป็นนักการเมือง หรือที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอีกจำนวน 91 คน รวมเป็น 229 คน จนต่อมาประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้แต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 อีกชุดหนึ่ง เพื่อกลั่นกรองการสอบสวนอนุกรรมการชุดที่ 26

จนล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการลงมติ 5:2 ยืนยันว่าคดีฮั้วส.ว. มีผู้เกี่ยวข้อง 229 คน ไม่มีมูล ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต.ชุดใหญ่ต่อไป แสดงให้เห็นว่าคดีฮั้วส.ว. จากความเห็นและมติของอนุกรรมการชุดที่36ไม่มีความผิด สอดคล้องกับความเห็นเกี่ยวกับการตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน2 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลีกเลี่ยงที่จะแต่งตั้งบุคคลที่มีปัญหาด้านจริยธรรม เพียงแค่มีข้อสงสัยหรือเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยยกเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐาน

จึงทำให้คดีฮั้วส.ว.ซึ่งมีส.ส.จำนวนหนึ่ง ที่มีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. และมีโอกาสจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ถ้าหากการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรียังอยู่ในการสอบสวนของอนุกรรมการที่ยังไม่มีข้อสรุปว่า มีมูลสั่งฟ้องหรือไม่ จะเป็นปัญหาในการแต่งตั้งว่าจะขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ เมื่ออนุกรรมการชุดที่36 มีมติ 5:2 ว่าคดีฮั้วส.ว.ไม่มีมูล จึงเป็นโอกาสทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นไปได้สะดวก ด้วยเหตุผล2ข้อ คือ

1.มีการเป่าคดีเสียก่อน จะทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน2 ไม่ต้องตะขิดตะขวงใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐรัฐบาล สามารถจะอธิบายได้ว่า ระหว่างการแต่งตั้งรัฐมนตรี มติของอนุกรรมการชุดที่ 36 สั่งไม่มีมูลการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. จึงไม่ได้ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

2.ถ้าหากคดีฮั้วส.ว. มีโอกาสพลิกโดยคณะกรรมการเลือกตั้งชุดใหญ่ มีมติสั่งฟ้อง สามารถอธิบายได้ว่า มติการสั่งฟ้องในคดีฮั้วส.ว. เกิดหลังจากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไปแล้ว จึงทำให้การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. ไม่ได้ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า เมื่ออนุกรรมการชุดที่ 36 ชงมาในลักษณะคดีไม่มีมูล คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต.ชุดใหญ่ จะเห็นชอบตามมติของอนุกรรมการชุดที่ 36 มิฉะนั้นคงจะไม่มีการตั้งอนุกรรมการซ้อนอนุกรรมการขึ้นมา ตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็เพื่อจะมาเป่าคดีที่อนุกรรมการชุดที่ 16 สั่งมีมูล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีการเตรียมการ และวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แนบเนียนมากที่สุด

เชื่อว่าในที่สุด คณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน2 จะไม่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...