โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เลิกคว่ำบาตรเปิดทางซื้อน้ำมันรัสเซียที่ติดค้างกลางทะเล ไทยพร้อมเจรจาซื้อทันที

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 04.25 น.

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นและกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ล่าสุดสหรัฐออกมาตรการผ่อนคลายให้บางประเทศซื้อน้ำมันรัสเซียได้ชั่วคราว ขณะที่ไทยเร่งเสริมความมั่นคงพลังงานและเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ออกใบอนุญาตพิเศษแบบจำกัด เพื่ออนุญาตให้บางประเทศสามารถซื้อน้ำมันของรัสเซียได้ชั่วคราว หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2022 สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานพลังงานจากสถานการณ์สงครามและความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการผ่อนคลายข้อจำกัดในระยะสั้น เพื่อช่วยให้สามารถระบายอุปทานน้ำมันที่กำลังลอยลำอยู่ในทะเล และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดโลกในช่วงที่เกิดความตึงเครียดด้านพลังงาน

เขาระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เพื่อเพิ่มการเข้าถึงอุปทานน้ำมันในตลาดโลก กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่กำลังติดค้างอยู่กลางทะเลได้ โดยมาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดพลังงานในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีขอบเขตจำกัดและเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น โดยครอบคลุมเฉพาะน้ำมันที่ถูกบรรทุกลงเรือแล้ว และไม่ใช่การเปิดช่องให้รัสเซียสามารถเพิ่มการส่งออกพลังงานใหม่เข้าสู่ตลาดโลก

รายละเอียดของใบอนุญาตที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า มาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะน้ำมันดิบหรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ถูกบรรทุกขึ้นเรือภายในวันที่ 12 มีนาคม และอนุญาตให้ดำเนินการซื้อขาย ขนส่ง หรือส่งมอบได้จนถึงวันที่ 11 เมษายน

ซึ่งมาตรการนี้จะไม่สร้างผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญให้กับรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากรายได้หลักจากพลังงานของรัสเซียมาจากภาษีที่เรียกเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดน้ำมัน

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของการค้าพลังงานทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว หากเส้นทางนี้ถูกปิดหรือหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกทันที

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานเตือนว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะยุติลงในระยะสั้น แต่การกลับมาเปิดใช้เส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมีการประเมินความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ รวมถึงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของบริษัทเดินเรือและบริษัทประกันภัย

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้เร่งเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงพลังงาน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนและความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยผลการประชุม ศบก. ว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เพิ่มปริมาณน้ำมันดิบสำรองจากเดิม 92 วัน เป็น 98 วัน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 50% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ส่วนอีก 50% มาจากแหล่งอื่นทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งเจรจาซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกอ่าวเปอร์เซียเพิ่มเติม เพื่อทดแทนส่วนที่อาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าว

“กระทรวงพลังงานเตรียมเข้าเจรจากับประเทศรัสเซีย เพื่อพิจารณาการจัดซื้อน้ำมันดิบเพิ่มเติม เพื่อนำมาเสริมปริมาณสำรองพลังงานและสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ”

ในด้านการดูแลราคาพลังงานภายในประเทศ รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้

หลังจากนั้นจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางในการบริหารราคาน้ำมันต่อไป โดยจะพิจารณาทั้งสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...