“ระบบบำนาญของออสเตรเลีย” เติบโตจนกลายเป็น 1 ในกองทุนที่ใหญ่สุดของโลกได้อย่างไร
จากนโยบายบังคับออมเงินเกษียณเมื่อกว่า 30 ปีก่อน วันนี้ระบบบำนาญของออสเตรเลียมีสินทรัพย์พุ่งสู่ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในกองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณที่ใหญ่ที่สุดของโลก
วันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ระบบกองทุนบำนาญของออสเตรเลีย กำลังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่ทรงพลังที่สุดของโลก ปัจจุบันระบบเงินออมเพื่อการเกษียณของประเทศมีมูลค่ารวมราว 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นกองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และยังเป็นระบบที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์คาดว่าภายในช่วงต้นทศวรรษ 2573 ออสเตรเลียอาจแซงหน้าสหราชอาณาจักรและแคนาดา ขึ้นมาเป็นระบบกองทุนบำนาญขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ
แม้ว่าสหรัฐจะมีขนาดกองทุนเพื่อการเกษียณใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดเป็นมูลค่าเงิน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ออสเตรเลียถือว่ามีระบบบำนาญที่ใหญ่เกินตัวอย่างชัดเจน ปัจจุบันมูลค่ากองทุนบำนาญเทียบเท่าประมาณ 150% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 250% ภายในปี 2643 ทำให้ระบบนี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
หัวใจสำคัญของระบบ นี้คือ “Superannuation” ซึ่งเป็นระบบเงินออมเพื่อการเกษียณที่บังคับใช้ทั่วประเทศ ความสำเร็จของระบบดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากข้อกำหนดที่ให้นายจ้างต้องนำเงิน 12% ของเงินเดือนพนักงานไปฝากไว้ในบัญชีเกษียณส่วนบุคคล จากนั้นเงินดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ระบบนี้ส่วนใหญ่เป็นแผนบำนาญแบบกำหนดเงินสะสม (Defined Contribution) กล่าวคือ รายได้หลังเกษียณขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่สะสมและผลตอบแทนจากการลงทุน แตกต่างจากระบบกำหนดผลประโยชน์ (Defined Benefit) ซึ่งให้ผลตอบแทนคงที่ตามเงินเดือนและอายุงาน โดยระบบแบบหลังค่อย ๆ ลดบทบาทลงในหลายประเทศ
พนักงานในออสเตรเลียสามารถเลือกกองทุนบำนาญของตนเองได้ กองทุนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น AustralianSuper และ CBUS Super เริ่มต้นจากกองทุนของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานและนายจ้างในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ก่อสร้าง สาธารณสุข และบริการ แต่ปัจจุบันเปิดรับสมาชิกจากทุกภาคส่วน และส่วนใหญ่ดำเนินงานในรูปแบบไม่แสวงหากำไร
ในทางตรงกันข้าม กองทุนประเภท Retail Funds มักดำเนินงานโดยสถาบันการเงินและมีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ ขณะที่ยังมีกองทุนเฉพาะองค์กรและกองทุนภาครัฐสำหรับข้าราชการ รวมถึงกองทุนที่บริหารจัดการด้วยตนเอง (Self-managed super funds) มากกว่า 650,000 กองทุน ซึ่งรวมกันบริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
แม้ระบบ superannuation จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อเทียบกับระบบบำนาญของประเทศอื่น ออสเตรเลียยังไม่ได้อยู่ในอันดับสูงสุด ในรายงาน Mercer CFA Institute Global Pension Index ปี 2568 ซึ่งประเมินระบบบำนาญของประเทศต่าง ๆ จากปัจจัยด้านความมั่นคงทางการเงิน ระดับรายได้ผู้เกษียณ การกำกับดูแล และการคุ้มครองสมาชิก ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก
ประเทศที่ได้อันดับหนึ่งคือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีระบบบำนาญที่ให้ผลประโยชน์สูง มีสินทรัพย์กองทุนขนาดใหญ่ และมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม หลายประเทศกำลังปรับระบบไปสู่รูปแบบ defined contribution มากขึ้นเช่นเดียวกับออสเตรเลีย แม้บางประเทศอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะยังคงมีระบบ defined benefit อยู่ในระดับหนึ่งก็ตาม
เงินจำนวนมหาศาลในกองทุนบำนาญของออสเตรเลียถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์นอกตลาด เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ไพรเวตอิควิตี และสินเชื่อภาคเอกชน สมาชิกส่วนใหญ่เลือกแผนลงทุนแบบ “balanced” ซึ่งกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 8% ต่อปีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา
ในประเทศ กองทุนบำนาญถือครองสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เช่น สนามบิน ท่าเรือ ทางด่วน และโครงข่ายพลังงาน รวมถึงลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น โครงการบ้านเช่าและที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา ขณะเดียวกันกองทุนเหล่านี้ยังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเงินลงทุนประมาณครึ่งหนึ่งถูกนำไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป สินทรัพย์ราวหนึ่งในสามอยู่ในตลาดหุ้นโลก และประมาณหนึ่งในห้าอยู่ในสินทรัพย์นอกตลาด
ตัวอย่างเช่น AustralianSuper ซึ่งเป็นกองทุนบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Canada Water ในกรุงลอนดอน ขณะที่กองทุน Aware Super ถือหุ้น 31% ในแพลตฟอร์มห้างสรรพสินค้าในยุโรป และ 22% ในธุรกิจบ้านเช่าในสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการลงทุนจะประสบความสำเร็จ ในปี 2567 AustralianSuper ต้องปรับลดมูลค่าการลงทุนในบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการศึกษา Pluralsight ของสหรัฐ หลังบริษัทถูกเจ้าหนี้เข้าควบคุมกิจการ แม้เช่นนั้น ขนาดมหาศาลของกองทุนบำนาญออสเตรเลียก็ทำให้พวกเขากลายเป็นนักลงทุนระดับโลกที่มีอิทธิพลมากขึ้น โดยมักร่วมมือกับกองทุนจากประเทศอื่นในการลงทุนระยะยาวขนาดใหญ่
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทุนบำนาญขนาดใหญ่จากแคนาดาและออสเตรเลียมากกว่าสิบแห่งได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขยายการลงทุนข้ามพรมแดน ซึ่งสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกองทุนบำนาญในเศรษฐกิจโลก
การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบนี้มีรากฐานมาจากนโยบายที่เริ่มต้นในปี 2535 เมื่อรัฐบาลกำหนดให้การออมเพื่อเกษียณเป็นภาคบังคับ โดยเริ่มจากอัตราการสะสมเพียง 3% ของค่าจ้าง ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเป็น 12% ในปี 2568
การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเงินสะสมนี้ เมื่อรวมกับการเติบโตของประชากร การย้ายถิ่นฐาน การจ้างงานที่สูง และรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบัญชี superannuation มากถึง 24 ล้านบัญชี และคาดว่าสินทรัพย์ในระบบอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 10 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลียภายในสองทศวรรษข้างหน้า
ขณะเดียวกันกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นยังทำให้เกิดการควบรวมกองทุนมากขึ้น รายงานของ Mercer คาดว่าภายในปี 2034 ระบบ superannuation ของออสเตรเลียจะถูกครอบงำโดย “เมกะฟันด์” เพียง 11 กองทุน ซึ่งแต่ละกองทุนมีสินทรัพย์มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และรวมกันถือครองสินทรัพย์ราว 74% ของทั้งระบบ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าระบบบำนาญของออสเตรเลียไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือดูแลผู้เกษียณอายุอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุนและกระแสเงินทุนในเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com