โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ระบบบำนาญของออสเตรเลีย” เติบโตจนกลายเป็น 1 ในกองทุนที่ใหญ่สุดของโลกได้อย่างไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 04.59 น.

จากนโยบายบังคับออมเงินเกษียณเมื่อกว่า 30 ปีก่อน วันนี้ระบบบำนาญของออสเตรเลียมีสินทรัพย์พุ่งสู่ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในกองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณที่ใหญ่ที่สุดของโลก

วันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ระบบกองทุนบำนาญของออสเตรเลีย กำลังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่ทรงพลังที่สุดของโลก ปัจจุบันระบบเงินออมเพื่อการเกษียณของประเทศมีมูลค่ารวมราว 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นกองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และยังเป็นระบบที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ นักวิเคราะห์คาดว่าภายในช่วงต้นทศวรรษ 2573 ออสเตรเลียอาจแซงหน้าสหราชอาณาจักรและแคนาดา ขึ้นมาเป็นระบบกองทุนบำนาญขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ

แม้ว่าสหรัฐจะมีขนาดกองทุนเพื่อการเกษียณใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดเป็นมูลค่าเงิน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ออสเตรเลียถือว่ามีระบบบำนาญที่ใหญ่เกินตัวอย่างชัดเจน ปัจจุบันมูลค่ากองทุนบำนาญเทียบเท่าประมาณ 150% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 250% ภายในปี 2643 ทำให้ระบบนี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

หัวใจสำคัญของระบบ นี้คือ “Superannuation” ซึ่งเป็นระบบเงินออมเพื่อการเกษียณที่บังคับใช้ทั่วประเทศ ความสำเร็จของระบบดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากข้อกำหนดที่ให้นายจ้างต้องนำเงิน 12% ของเงินเดือนพนักงานไปฝากไว้ในบัญชีเกษียณส่วนบุคคล จากนั้นเงินดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ระบบนี้ส่วนใหญ่เป็นแผนบำนาญแบบกำหนดเงินสะสม (Defined Contribution) กล่าวคือ รายได้หลังเกษียณขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่สะสมและผลตอบแทนจากการลงทุน แตกต่างจากระบบกำหนดผลประโยชน์ (Defined Benefit) ซึ่งให้ผลตอบแทนคงที่ตามเงินเดือนและอายุงาน โดยระบบแบบหลังค่อย ๆ ลดบทบาทลงในหลายประเทศ

พนักงานในออสเตรเลียสามารถเลือกกองทุนบำนาญของตนเองได้ กองทุนขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น AustralianSuper และ CBUS Super เริ่มต้นจากกองทุนของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงานและนายจ้างในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ก่อสร้าง สาธารณสุข และบริการ แต่ปัจจุบันเปิดรับสมาชิกจากทุกภาคส่วน และส่วนใหญ่ดำเนินงานในรูปแบบไม่แสวงหากำไร

ในทางตรงกันข้าม กองทุนประเภท Retail Funds มักดำเนินงานโดยสถาบันการเงินและมีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ ขณะที่ยังมีกองทุนเฉพาะองค์กรและกองทุนภาครัฐสำหรับข้าราชการ รวมถึงกองทุนที่บริหารจัดการด้วยตนเอง (Self-managed super funds) มากกว่า 650,000 กองทุน ซึ่งรวมกันบริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

แม้ระบบ superannuation จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อเทียบกับระบบบำนาญของประเทศอื่น ออสเตรเลียยังไม่ได้อยู่ในอันดับสูงสุด ในรายงาน Mercer CFA Institute Global Pension Index ปี 2568 ซึ่งประเมินระบบบำนาญของประเทศต่าง ๆ จากปัจจัยด้านความมั่นคงทางการเงิน ระดับรายได้ผู้เกษียณ การกำกับดูแล และการคุ้มครองสมาชิก ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก

ประเทศที่ได้อันดับหนึ่งคือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีระบบบำนาญที่ให้ผลประโยชน์สูง มีสินทรัพย์กองทุนขนาดใหญ่ และมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม หลายประเทศกำลังปรับระบบไปสู่รูปแบบ defined contribution มากขึ้นเช่นเดียวกับออสเตรเลีย แม้บางประเทศอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะยังคงมีระบบ defined benefit อยู่ในระดับหนึ่งก็ตาม

เงินจำนวนมหาศาลในกองทุนบำนาญของออสเตรเลียถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์นอกตลาด เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ไพรเวตอิควิตี และสินเชื่อภาคเอกชน สมาชิกส่วนใหญ่เลือกแผนลงทุนแบบ “balanced” ซึ่งกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 8% ต่อปีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ในประเทศ กองทุนบำนาญถือครองสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เช่น สนามบิน ท่าเรือ ทางด่วน และโครงข่ายพลังงาน รวมถึงลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น โครงการบ้านเช่าและที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา ขณะเดียวกันกองทุนเหล่านี้ยังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเงินลงทุนประมาณครึ่งหนึ่งถูกนำไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป สินทรัพย์ราวหนึ่งในสามอยู่ในตลาดหุ้นโลก และประมาณหนึ่งในห้าอยู่ในสินทรัพย์นอกตลาด

ตัวอย่างเช่น AustralianSuper ซึ่งเป็นกองทุนบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Canada Water ในกรุงลอนดอน ขณะที่กองทุน Aware Super ถือหุ้น 31% ในแพลตฟอร์มห้างสรรพสินค้าในยุโรป และ 22% ในธุรกิจบ้านเช่าในสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการลงทุนจะประสบความสำเร็จ ในปี 2567 AustralianSuper ต้องปรับลดมูลค่าการลงทุนในบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการศึกษา Pluralsight ของสหรัฐ หลังบริษัทถูกเจ้าหนี้เข้าควบคุมกิจการ แม้เช่นนั้น ขนาดมหาศาลของกองทุนบำนาญออสเตรเลียก็ทำให้พวกเขากลายเป็นนักลงทุนระดับโลกที่มีอิทธิพลมากขึ้น โดยมักร่วมมือกับกองทุนจากประเทศอื่นในการลงทุนระยะยาวขนาดใหญ่

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทุนบำนาญขนาดใหญ่จากแคนาดาและออสเตรเลียมากกว่าสิบแห่งได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขยายการลงทุนข้ามพรมแดน ซึ่งสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกองทุนบำนาญในเศรษฐกิจโลก

การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบนี้มีรากฐานมาจากนโยบายที่เริ่มต้นในปี 2535 เมื่อรัฐบาลกำหนดให้การออมเพื่อเกษียณเป็นภาคบังคับ โดยเริ่มจากอัตราการสะสมเพียง 3% ของค่าจ้าง ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเป็น 12% ในปี 2568

การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเงินสะสมนี้ เมื่อรวมกับการเติบโตของประชากร การย้ายถิ่นฐาน การจ้างงานที่สูง และรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบัญชี superannuation มากถึง 24 ล้านบัญชี และคาดว่าสินทรัพย์ในระบบอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 10 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลียภายในสองทศวรรษข้างหน้า

ขณะเดียวกันกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นยังทำให้เกิดการควบรวมกองทุนมากขึ้น รายงานของ Mercer คาดว่าภายในปี 2034 ระบบ superannuation ของออสเตรเลียจะถูกครอบงำโดย “เมกะฟันด์” เพียง 11 กองทุน ซึ่งแต่ละกองทุนมีสินทรัพย์มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และรวมกันถือครองสินทรัพย์ราว 74% ของทั้งระบบ

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าระบบบำนาญของออสเตรเลียไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือดูแลผู้เกษียณอายุอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุนและกระแสเงินทุนในเศรษฐกิจโลก

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...