โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โดนเคลมเฉย!หรือไทยต้องขอบคุณUS หลังทรัมป์อ้างอิหร่านมอบของขวัญ ปล่อยเรือน้ำมัน10ลำล่องผ่านฮอร์มุซ

Manager Online

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 23.45 น. • MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่า อิหร่าน มอบของขวัญแก่วอชิงตัน ด้วยการเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าวไทม์สออฟอิสราเอล เมื่อวันพุธ(25 ม.ค.) อ้างอิงนักการทูตอาหรับระดับสูงรายหนึ่งและเจ้าหน้าที่อเมริกาอีกคน

ในความพยายามอธิบายการตัดสินใจหาทางเจรจากับอิหร่าน ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร(24 ม.ค.) ว่าเตหะราน "ได้ทำบางอย่างที่น่าอัศจรรย์มากๆเมื่อวานนี้ พวกเขามอบของขวัญแก่เรา เทียบเท่ากับเงินมูลค่ามหาศาล ซึ่งส่งมาถึงแล้ววันนี้"

"พวกเขามอบมันแก่เรา อย่างที่พวกเขาบอกว่ากำลังมอบมันแก่เรา มันมีความหมายอย่างหนึ่งสำหรับผม มันหมายความว่า เรากำลังเจรจาต่อรองถูกคน" ทรัมป์กล่าว ทั้งนี้ ทรัมป์ ปฏิเสธพูดอย่างเจาะจงเกี่ยวกับของขวัญดังกล่าว ยกเว้นแต่บอกว่ามันเกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซ และเกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตามในวันพฤหัสบดี(26 มี.ค.) ทรัมป์ บ่งชี้ว่าอิหร่านปล่อนเรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำล่องผ่านช่องแคบ เพื่อแสดงเจตนาดีในการเจรจา ในนั้นรวมถึงเรือติดธงปากีสถานบางลำ

รอยเตอร์ รายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งของไทยล่องผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย ตามหลังการประสานงานทางการทูตระหว่างไทยกับอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ในคำกล่าวอ้างของทรัมป์ด้วยหรือไม่ ในขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยในวันพฤหัสบดี(26 มี.ค.) ระบุเรือของมาเลเซียหลายลำกำลังได้รับอนุญาตให้ล่องผ่านเช่นกัน ส่งสัญญาณว่ามีการผ่อนปรนข้อจำกัดแก่บางประเทศ ตามหลังการเจรจาทางการทูต

ไทม์สออฟอิสราเอล รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ(5 มี.ค.) ครั้งที่รัฐบาลทรัมป์ เริ่มส่งข้อความผ่านคนกลางถึงอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อทดสอบว่าหนทางด้านการทูตสำหรับออกจากสงครามนั้น "มีความเป็นไปได้หรือไม่" พวกเขาได้ขอให้เตหะรานแสดงออกถึงเจตนาดี

เจ้าหน้าที่อาหรับให้สัมภาษณ์กับไทม์สออฟอิสราเอล อ้างว่าอิหร่านตอบสนองด้วยการอนุญาตให้เรือบรรทุกเชื้อเพลิงจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯหรืออิสราเอ ลล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสยบความปั่นป่วนในตลาดโลก

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาหรับรายนี้ยอมรับว่าการสัญจรผ่านช่องแคบของเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนเล็กน้อย ไม่น่าจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญหรือส่งผลกระทบในระยะยาวต่อราคาน้ำมัน เนื่องจากอิหร่านดูเหมือนจะยังไม่พร้อมยอมอ่อนข้อต่อข้อเสนอ ในขณะที่สหรัฐฯและอิสราเอลก็ยังเดินหน้าโจมตีต่อไป ตามรายงานของไทมส์ออฟอิสราเอล

"ผลกระทบอย่างจำกัดของของขวัญ เป็นสิ่งที่อธิบายได้ว่า ทำไม ทรัมป์ ถึงหลีกเลี่ยงพูดอย่างชัดๆว่าของขวัญนั้นคืออะไร" เจ้าหน้าที่อาหรับระบุ

ด้าน แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนทำเนียบขาว บอกกับพวกผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญยิ่ง คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของอุปทานโลก ว่า "ในขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันทั้งหลายล่องผ่านฮอร์มุซ มันเป็นอะไรบางอย่างที่เรากำลังติดตามอย่างใกล้ชิด" เธอกล่าว โดยไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของ "ของขวัญ" ตามคำกล่างอ้างของทรัมป์

"เรากำลังเห็นราคาน้ำมันหน้าปั๊มกำลังลดลง" ลีวิตต์กล่าว พร้อมอ้างว่าการที่รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญกับการผลิตพลังงานภายในประเทศ จะช่วยรักษาเสถียรภาพทางราคา ครั้งที่ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านยุติลง

ตามข้อมูลจาก Kpler บริษัทข่าวกรองด้านการเดินเรือ พบว่าตั้งแต่วันจันทร์(23 มี.ค.) มีเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำและเรือบรรทุกก๊าซ 5 ลำ ล่องผ่านช่องแคบ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรือเหล่านี้เป็นบรรดาเรือที่ทรัมป์อ้างถึงหรือไม่

ในบรรดาเรือเหล่านั้น มีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำและเรือบรรทุกก๊าซ 2 ลำ ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

และจากการติดตามสัญญาณ เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ใน 6 ลำ ดูเหมือนกำลังมุ่งหน้าสู่จีน และมี 1 ลำ ที่มุ่งหน้าสู่ประเทศไทย

ส่วนในบรรดาเรือบรรทุกก๊าซนั้น ลำหนึ่งมุ่งหน้าสู่สิงคโปร์ ส่วนอีกลำเดินทางถึงอินเดียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่เรืออีก 6 ลำ ที่เหลือ จากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่สามารถสรุปได้ว่ามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด

(ที่มา:ไทม์สออฟอิสราเอล/เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...