โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม.หอการค้าไทย MOU สภาองค์การนายจ้างไทยสากล พัฒนาหลักสูตรและเสริมศักยภาพนักศึกษา

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ม.หอการค้าไทย ผนึก สภาองค์การนายจ้างไทยสากล ลงนาม MOU พัฒนาหลักสูตรร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเสริมศักยภาพนักศึกษาสู่ตลาดแรงงาน พร้อมเสวนาโลจิสติกส์ในยุคคาร์บอนต่ำ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) และสภาองค์การนายจ้างไทยสากล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเสริมสร้างศักยภาพนักศึกษาให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายธิติ คัณธามานนท์ ประธานสภาองค์การนายจ้างไทยสากล เป็นผู้ลงนามร่วมกัน ณ อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม การวิจัยเชิงนวัตกรรม การฝึกประสบการณ์วิชาชีพในรูปแบบสหกิจศึกษาและการฝึกงาน การสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ตลอดจนการส่งเสริมการบรรยายพิเศษ การให้คำปรึกษา และการศึกษาดูงานจากสถานประกอบการจริง

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า "ความร่วมมือกับสภาองค์การนายจ้างไทยสากลในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรและกระบวน การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้นักศึกษาของเราสามารถก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจและมีศักยภาพ"

นายธิติ คัณธามานนท์ ประธานสภาองค์การนายจ้างไทยสากล กล่าวว่า "สภาองค์การนายจ้างไทยสากลเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะช่วยสร้างมาตรฐานด้านฝีมือแรงงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากร และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ"

ดร.อารดา มหามิตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า “UTCC มีจุดยืนชัดเจนในการเป็น Practice-Based Learning การเรียนปริญญาโท และ ปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เราไม่ได้สอนแค่ทฤษฎี แต่เราเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้จริง สร้างธุรกิจจริง และสร้างผลลัพธ์ได้จริง งานสัมมนาวันนี้เราหยิบยกบริบทของภาคธุรกิจโลจิสติกส์ เรามองว่า ผู้บริหารยุคนี้ต้องเข้าใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนกติกาใหม่ของโลก และควรรู้ว่าใน Value Chain เราอยู่จุดใด การเตรียมตัววันนี้ ต้องมองถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และสามารถออกแบบธุรกิจที่ทั้งแข่งขันได้และยั่งยืน”

ผศ.ดร.นันทิ สุทธิการนฤนัย ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์สูงในระดับภูมิภาค แต่ความท้าทายสำคัญคือ ผู้บริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถออกแบบระบบโลจิสติกส์ทั้งห่วงโซ่อุปทาน หลักสูตรปริญญาเอกด้านโลจิสติกส์ของ UTCC จึงถูกออกแบบให้เป็น Executive Track ที่ผสานการวิจัยและการประยุกต์ใช้จริงในองค์กร โดยเราเน้นการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ Data-driven Logistics, Digital & AI in Supply Chain, ESG & Carbon Management, Strategic Supply Chain Design…เป้าหมายคือการสร้าง ‘ผู้นำที่คิดเป็นระบบ และประยุกต์ได้จริง’ เพื่อยกระดับองค์กรและประเทศ”

นอกจากพิธีลงนามแล้วภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ "พัฒนาศักยภาพผู้บริหารด้านโลจิสติกส์ในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" ในเวลา 14.30 - 16.00 น. โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมเสวนากับคุณนาทพลินทร์ ทัศนปริชญานนท์ นักศึกษาปริญญาเอกหลักสูตรโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในหัวข้อ "นโยบาย CBAM และทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนโลก" เจาะลึกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ที่มีผลต่อการส่งออกไทย โดยย้ำว่าผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตและรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

รองศาสตราจารย์ ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโส สายงานบริหาร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บรรยายในหัวข้อ "บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของโลจิสติกส์ในการบริหารองค์กร" กล่าวถึงการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยยกกรณีศึกษาความสำเร็จของ Zara ที่ใช้การบริหารจัดการ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที

พิธีลงนาม MOU และการเสวนาในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับภาคเอกชนและองค์กรนายจ้างชั้นนำ เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตคุณภาพ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและตลาดแรงงานยุคใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...