โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อภ.ประกาศไม่ขึ้นราคายาต่อให้ขาดทุนก็ยอม ชี้ทุก 2 บาทของราคาน้ำมันเป็นต้นทุน 4% ในการผลิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงข่าวความพร้อมดูแลประชาชนด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะวิกฤตพลังงาน พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และราคาพลังงาน ว่า อภ.ได้วางบทบาทหลักในการรองรับสถานการณ์ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การผลิต การจัดหา และการรักษาความมั่นคงทางยา เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ในด้านการผลิต อภ.ทำหน้าที่เสมือนโรงงานผลิตยาของภาครัฐ โดยแม้จะมีสัดส่วนเพียงประมาณ 7% ของตลาดยาทั้งประเทศ แต่เป็นการผลิตในกลุ่มยาที่มีความสำคัญสูง เช่น ยาที่มีผู้ผลิตรายเดียวในประเทศ ยาช่วยชีวิต และยาที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้ ก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียด อภ.บริหารสต็อกยาและวัตถุดิบในระดับประมาณ 3 เดือนตามหลักประสิทธิภาพ แต่เมื่อเริ่มมีสัญญาณความเสี่ยงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้เร่งปรับเพิ่มการสำรองเป็น 6 เดือน โดยดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบ ยาสำเร็จรูป และวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการผลิต รวมถึงบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

“ขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่า ภายในระยะเวลา 6 เดือน จะไม่เกิดปัญหายาขาดแคลน ทั้งในส่วนของตัวยาสำคัญและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ยอมรับว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งส่งผลทั้งต่อการขนส่งและกระบวนการผลิตยา ทุกการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน 2 บาท จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นแล้วราว 10% แต่ อภ.ยืนยันจะตรึงราคายาไว้ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า และพร้อมแบกรับภาระต้นทุน แม้ต้องขาดทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ในด้านการจัดหา อภ.มีบทบาทหลักในการจัดซื้อยาตามความต้องการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ครอบคลุมรายการยาประมาณ 170 รายการ ปัจจุบันการจัดทำสัญญาจัดซื้อสำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว 100% และได้ประสานกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายทุกราย ซึ่งยืนยันสามารถส่งมอบยาได้ตามเงื่อนไขสัญญา โดยมีการบริหารสัญญาให้ครอบคลุมต่อเนื่องไปถึงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อป้องกันช่องว่างระหว่างปีงบประมาณ

พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า สำหรับบทบาทด้านการรักษาความมั่นคงทางยา อภ.ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของ อย. โดยติดตามสถานการณ์วัตถุดิบและยาสำเร็จรูปอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถรองรับความต้องการได้ตั้งแต่ 3 เดือน ไปจนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของยา นอกจากนี้ อภ.ยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือโรงพยาบาลของรัฐที่อาจประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน โดยสามารถเข้าไปทำหน้าที่จัดหายาแทน เพื่อให้การบริการทางการแพทย์ไม่สะดุด ในด้านศักยภาพทางการเงิน อภ.มีวงเงินหมุนเวียนจากกระแสเงินสดประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยมีภาระผูกพันอยู่ราว 3,500 ล้านบาท ทำให้ยังมีวงเงินที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนสถานการณ์ฉุกเฉินได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท อีกทั้งยังมีกรอบวงเงินกู้เพิ่มเติมที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้สามารถเสริมสภาพคล่องเพื่อดูแลระบบสาธารณสุขได้รวมประมาณ 6,000–6,500 ล้านบาท

เมื่อถามว่า อภ.แบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10% และยังพร้อมขาดทุน อภ.จะสามารถรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ถึงระดับใด พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมเป็นหน่วยงานของรัฐและเป็นของประชาชน ดังนั้นจึงมีบทบาทในการดูแลระบบยาโดยรวม มากกว่าการมุ่งกำไร

“เราสามารถแบกรับต้นทุนได้ตลอดเวลา ต่อให้ไม่มีกำไร ก็ต้องเดินไปด้วยกัน” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

ถามต่อว่าหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะยังสามารถตรึงราคายาได้หรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า อภ.คาดว่าจะสามารถตรึงราคายาได้อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยแบ่งเป็นสต๊อกเดิมประมาณ 3 เดือน และคำสั่งซื้อใหม่อีก 3 เดือน ซึ่งยังอยู่ในราคาเดิม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามคือราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อทั้งการผลิตและการขนส่ง

“ตัวแปรหลักก็จะเป็นเรื่องของค่าน้ำมัน ซึ่งอันนี้พูดแล้วอาจจะดูเหมือนกับเป็นนางเอก แต่จริงๆ แล้วอาจจะเป็นผู้ร้าย หรือว่าอาจจะเป็นคนใจร้ายในอุตสาหกรรมก็ได้ เพราะจริงๆ เราถือมาร์เก็ตแชร์แค่ 7% อีก 93% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับภาระเรื่องค่าน้ำมันและโลจิสติกส์ ถ้าสมมุติว่ามีความจำเป็นจะต้องขึ้นแล้ว อย. เคาะก็ต้องขึ้น” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว

ถามถึงวงเงินสำรองของ อภ.ประมาณ 7,000 ล้านบาท เพียงพอรองรับความต้องการของโรงพยาบาลหรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า การประเมินวงเงินดังกล่าวพิจารณาจากภาระหนี้ค้างชำระของหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยปัจจุบันหนี้ค้างในกลุ่มหน่วยงานหลัก (key account) อยู่ที่ประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาท และในส่วนของโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ 1,200–1,500 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อเทียบกับศักยภาพทางการเงินของ อภ. ทั้งจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ และวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม จึงประเมินว่าสามารถรองรับและหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่องในระยะนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อภ.ประกาศไม่ขึ้นราคายาต่อให้ขาดทุนก็ยอม ชี้ทุก 2 บาทของราคาน้ำมันเป็นต้นทุน 4% ในการผลิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...