ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ
ศบก. เผย ผลตรวจคลังน้ำมัน-จ๊อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ นายกฯ สั่งพิจารณาปรับแผนส่งออก กลั่นเองให้ใช้ในประเทศ แล้วนำจาก ตปท. ให้ สปป.ลาวแทน - ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ย้ำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,501 คน ร่าง “ชัยวัฒน์” ถึงไทยแล้ววันนี้ ขอให้มั่นใจติดตามใกล้ชิดช่วย 3 ลูกเรือไทย ชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอมาน-อิหร่าน รับปากช่วยเต็มที่
วันที่ 27 มี.ค. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีคลังน้ำมัน และจ๊อบเบอร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพาณิชย์จังหวัดดำเนินการร่วมกัน จำนวน 22 จุด ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจในส่วนจ๊อบเบอร์ ทั้งจ๊อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันและไม่มีคลังน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ ในส่วนที่มีคลังน้ำมัน พบน้ำมันที่อยู่ในคลังเหลือติดคลังเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นลิตร ส่วนที่อยู่ในแต่ละจ๊อบเบอร์เป็นน้ำมันที่กำลังอยู่ระหว่างการขาย การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายของจ๊อบเบอร์ที่ได้มีการบันทึกไว้ ถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติ สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ จ.สงขลา คือ บริษัท ปตท. และเชลล์ ก็พบว่า ทั้ง 2 คลังมีน้ำมันเหลือติดคลังไม่ถึง 50% หรือประมาณ 10 ล้านลิตร จากความจุของคลังที่จุได้ 25-28 ล้านลิตร จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด มีการซื้อขาย และจัดส่งน้ำมันออกไปถูกต้อง ไม่มีข้อมูลที่ผิดปกติ และการส่งน้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีปริมาณการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้น และมีการติดประกาศราคาเรียบร้อย
นายดนุชา กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ที่มีการสำรวจสถานีน้ำมันทั่วประเทศ ประมาณ 550 แห่ง พบว่า ปั๊มน้ำมันที่มีน้ำมันหมดลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 450 กว่าแห่ง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 390 กว่าแห่ง โดยจะมีการสำรวจทุกวันตอนกลางคืน และช่วงเช้าจะมีน้ำมันเติมเข้าไป ให้บริการได้ต่อเนื่อง
นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 - 18 มี.ค. มีประมาณ 3.4 พันล้านลิตร ส่วนช่วงวันที่ 20 - 25 มี.ค.เข้ามาอีกประมาณ 878 ล้านลิตร รวมแล้วประมาณ 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย. ทั้งนี้ เรามีแผนการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. จะมีน้ำมันเข้ามา อีกประมาณ 4 ล้านบาร์เรล เดือน เม.ย. จะมีเข้ามาใหม่อีกประมาณ 24 ล้านบาร์เรล และเดือน พ.ค. ผู้ค้าอย่าง ปตท. ได้มีการทำสัญญาแล้ว และเตรียมส่งมอบประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรล ซึ่งจะมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ
นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่เราส่งออกไป 2 ประเทศคือ สปป.ลาว และเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 1 - 25 มี.ค. ส่งไป สปป.ลาว ประมาณ 4.6 ล้านกว่าลิตรต่อวัน เมียนมา 2 แสนกว่าลิตรต่อวัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริว่า น้ำมันที่เราผลิตและกลั่นได้ในประเทศ อยากเอาเก็บให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ จึงมอบหมายให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบ โดยอาจนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาวแทน แทนที่จะเอาน้ำมันที่กลั่นในประเทศส่งไปที่ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น อย่างน้อยจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานได้อีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้กำลังดูรายละเอียด
ศบก.ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง ย้ำคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ช่วยคนไทยกลับแล้ว 1,501 คน ร่าง “ชัยวัฒน์” ถึงไทยแล้ววันนี้ ขอให้มั่นใจติดตามใกล้ชิดช่วย 3 ลูกเรือไทย ชี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โอมาน-อิหร่าน รับปากช่วยเต็มที่
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรงโดยการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีไปยังกลุ่มประเทศอ่างอาหรับ (GCC) ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
นายปาณิดล กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียว่าสหรัฐฯ จะขยายระยะเวลาการชะลอการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านออกไป 10 วัน จนถึงวันที่ 6 เม.ย. นอกจากนี้ ยังได้ระบุด้วยว่าการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ด้วยดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า จะชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 27 มี.ค. นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าอิสราเอลได้ระงับการดำเนินการต่อบุคคลระดับสูงของอิหร่านบางรายเป็นการชั่วคราว เพื่อคงช่องทางการติดต่อทางการทูต
อย่างไรก็ดี รมว.กลาโหมอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้สังหารผู้บัญชาการทหารเรือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งฝ่ายอิสราเอลชี้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางทุ่นระเบิด และการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ แม้มีรายงานความพยายามในการเจรจาก็ตาม แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะที่ผ่านมาความคืบหน้าของการเจรจามีความไม่แน่นอนและยังอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา
นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการโดยเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านกับสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบของท่าน
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่หลัก และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องแรกกรณีลูกเรือ 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบเกี่ยวกับการรายงานข่าวเมื่อเช้าวันที่ 27 มี.ค.ด้วยแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศยังคงติดตามและกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายหลังจากปฏิบัติการร่วมระหว่างอิหร่านและโอมาน สามารถเข้าถึงเรือได้สำเร็จ ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการและการดำเนินการเพื่อกู้ และให้ความช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน และจะรีบแจ้งทันทีที่ได้รับการยืนยันข้อมูลความคืบหน้าของปฏิบัติการทั้งหมด
นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนกรณีของอิสราเอล ร่างของนายชัยวัฒน์ แววนิล ที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดที่อิสราเอล มีกำหนดถึงประเทศไทยในวันที่ 27 มี.ค. เวลาประมาณ 12.45 น. โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LY 093 โดยจะมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน รับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการโดยเคร่งครัด
นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังคงติดต่อกับคนไทยในอิหร่านที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือตามความจำเป็นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในส่วนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด สายการบินซาลามแอร์ของโอมาน ได้ประกาศจะกลับมาทำการบินที่สนามบินดามมัม ซึ่งเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้า-ออก ของคนในพื้นที่ผ่านซาอุดีอาระเบีย โดยจะเริ่มบินในวันที่ 1 เม.ย.69
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่า ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับมายังประเทศไทยหรือเดินทางไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,501 คน
เมื่อถามว่า ความคืบหน้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย ที่ผ่านมาโอมานแจ้งมาบ้างหรือไม่ ติดขัดอะไร แล้วสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นตามที่สื่อรายงานกันว่าเรือหลุดไป เกยตื้นที่เกาะ Qeshm ของอิหร่าน ได้รับรายงานบ้างหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า ขอตอบเป็นภาพรวมอย่างที่รายงานไป เมื่อเช้าก็มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คงเห็นกันแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิด ขอให้มั่นใจได้เพราะเราติดต่อพูดคุยต่อเนื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งทันทีหลังจากที่ได้รับการยืนยันข้อมูล โดยรวมการดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือคนไทย 3 คน และการกู้เรือก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เราก็รู้ดีว่าตอนนี้อยู่ในช่วงที่สถานการณ์สู้รบ ซึ่งยังคงรุนแรงอยู่ ดังนั้น คิดว่าเราก็ต้องมีความเชื่อใจและเคารพฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายโอมานและอิหร่านรับปากว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่ามีการประสานงานกับทุกฝ่ายใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องและเกาะติด หากมีอะไรอัปเดตจะรีบแจ้งให้ทราบในทันที