SET Index เช้า 1,501.48 จุด -6.05 จุด (-0.40%)
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SET Index เช้า 1,501.48 จุด -6.05 จุด (-0.40%)
CGSI : กลยุทธ์การลงทุน : สรุปภาพรวมตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดลดลงเช่นกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป โดยเฉพาะหุ้น Intel
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,596.97 จุด ลดลง 313.62 จุด หรือ 0.63% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,337.11 จุด ลดลง 28.01 จุด หรือ 0.38% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,806.20 จุด ลดลง 32.75 จุด หรือ 0.13%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงในวันเดียวกัน หลังจากปรับขึ้นร้อนแรงในวันก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 616.42 จุด ลดลง 6.83 จุด หรือ 1.10%
ด้านตลาดพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียและคูเวตได้ยกเลิกคำสั่งห้ามสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้า ซึ่งอาจเปิดทางให้สหรัฐฯ กลับมาใช้ปฏิบัติการคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 27 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 94.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 1.21 ดอลลาร์ หรือ 1.19% ปิดที่ 100.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยยังได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะช่วยลดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำลดช่วงบวก หลังมีรายงานว่าอิหร่านจะไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 16.60 ดอลลาร์ หรือ 0.35% ปิดที่ 4,710.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับตลาดหุ้นไทย เราประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 1,490-1,520 จุด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มสื่อสารอย่าง TRUE และ ADVANC น่าจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงเช้า
หุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ TRUE และ GULF
TRUE คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 13% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.14 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ที่ 73% สะท้อนถึงฐานะกำไรและงบดุลที่แข็งแกร่ง โดยให้จุดทำกำไรที่ 14.80 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 14.10 บาท
ด้าน GULF รายงานกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 39% (YoY) และ 3% (QoQ) แม้ต่ำกว่าประมาณการของเราราว 10% แต่แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะยังแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของปริมาณการผลิตไฟฟ้า IPP รายได้จาก LNG ที่ดีขึ้นตามราคาก๊าซ รวมถึงเงินปันผลจาก KBANK โดยให้จุดทำกำไรที่ 62.75 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 61.25 บาท