โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งคือสิ่งที่ดีที่สุด” ผู้นำไทย-กัมพูชา หวังแก้ปัญหาชายแดน สรุปประเด็นในพิธีเปิดประชุมอาเซียนครั้งที่ 48

The Momentum

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 10.37 น. • THE MOMENTUM

เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม 2026) ผู้นำระดับรัฐมนตรีจาก 10 ประเทศอาเซียน เดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 (The 48th ASEAN Summit) ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยในปีนี้ มีฟิลิปปินส์นั่งเก้าอี้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนประจำปี 2026

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 69 วัน การพูดคุยของบรรดาผู้นำจึงมุ่งเน้นไปที่ประเด็นเรื่อง ‘ความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร’ ภายในภูมิภาค

The Momentum สรุปประเด็นหลักที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้

ยกระดับความร่วมมือและเสริมสร้างเอกภาพภายในอาเซียน

ผู้นำอาเซียนมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการประสานงานและความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรับมือกับวิกฤตสงครามตะวันออกกลางอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียนท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน

ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างมีจุดยืนร่วมกันต่อสงครามในตะวันออกกลาง โดยสนับสนุนให้มีการใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติเพื่อยุติสงคราม ซึ่ง โดมินิก ซาเวียร์ อิมพีเรียล (Dominic Xavier Imperial) รองผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ ผู้นำอาเซียนจะออกแถลงการณ์ร่วม เพื่อเรียกร้องให้มีการยุติสงครามโดยเร็วที่สุด

นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างชาติมหาอำนาจ กำลังผลักให้อาเซียนต้องเร่งเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวภายในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 47 เมื่อปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ก็เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นว่า ผู้นำอาเซียนมีความเห็นตรงกันว่า อาเซียนไม่ควรเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์บนเวทีระหว่างประเทศ ท่ามกลางกระแสการกีดกันทางการค้าและการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ แต่ควรมีบทบาทเชิงรุก เปิดกว้าง และกำหนดทิศทางของภูมิภาคด้วยตนเองมากขึ้น

มาตรการรับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

สำหรับมาตรการรับมือกับสงครามในตะวันออกกลาง สำนักข่าว AP รายงานว่า อาเซียนได้เสนอแนวทางด้านความมั่นคงทางพลังงานผ่านมาตรการแบ่งปันเชื้อเพลิงระหว่างประเทศสมาชิกอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดหาระบบไฟฟ้าและน้ำมันดิบภายในภูมิภาคให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาระบบสื่อสารในช่วงวิกฤต ตลอดจนการเปิดรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงการใช้พลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดที่ชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากนัก โดยคาดว่าผู้นำอาเซียนจะมีการหารือเพิ่มเติมในการประชุมวันนี้ (8 พฤษภาคม 2026)

เน้นย้ำประเด็นเสรีภาพในการเดินเรือ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซีย มีแผนที่จะเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา โดย ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา (Purbaya Yudhi Sadewa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากแผนของอิหร่าน ซึ่งต้องการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ในเวลาต่อมาปูร์บายาออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่มีแผนดำเนินการที่ชัดเจนในขณะนี้ ขณะที่ วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ และ ซูกีโยโน (Sugiono) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือ

สำนักข่าว AP รายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำอาเซียนเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างภูมิภาค รวมถึงการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ อาเซียนยังให้คำมั่นสัญญาว่า จะรักษาเส้นทางการเดินเรือที่ปลอดภัยและเปิดกว้าง พร้อมรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางผ่าน ‘ช่องแคบมะละกา’ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS)

อนึ่ง ช่องแคบมะละกาเป็นช่องแคบที่เชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ถือเป็นหนึ่งในช่องแคบที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยมีพื้นที่ติดกับประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

การกลับมาของเมียนมา

ฮาว คาน ซูม (Hua Khan Sum) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ยังเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 ด้วยเช่นกัน หลังจากที่ตัวแทนของประเทศเมียนมาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาภายใต้การนำของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (Min Aung Hlaing) ทำการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนในปี 2021

แม้ล่าสุดเมียนมาเพิ่งจะมีการประกาศนิรโทษกรรม อองซานซูจี (Aung San Suu Kyi) อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมา พร้อมเปลี่ยนสถานที่กักขังจากคุกมาเป็นบ้านพัก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาเซียนยังไม่ได้ให้การรับรองรัฐบาลเมียนมาชุดปัจจุบัน ซึ่งมีมิน ออง หล่ายนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี โดยมองว่า แม้รัฐบาลชุดดังกล่าวจะมาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาอย่างใกล้ชิด

ด้าน เกา กึมฮวน (Kao Kim Hourn) เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน ระบุว่า การประชุมครั้งนี้จะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของเมียนมา รวมถึงร่วมกันหาแนวทางในการสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งภายในประเทศ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กลุ่มชาติพันธ์ุต่างๆ ภายในเมียนมา

สันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างผู้นำของไทยกับกัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ประเทศ จากประเด็นข้อพิพาทชายแดนเมื่อเดือนธันวาคม 2025

แม้ว่าปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายังคงกล่าวหาประเทศไทยเรื่องการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลไทยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด

ทั้งนี้ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะมีการหารือเพื่อผลักดันข้อตกลงสันติภาพถาวรระหว่างไทย-กัมพูชาด้วยเช่นกัน โดยมี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (Ferdinand Marcos Jr.) ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เข้าร่วมด้วย

กระทรวงการต่างประเทศไทยออกแถลงการณ์เพิ่มเติมว่า ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องตรงกันที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้ง 2 ชาติ เป็นผู้นำในการเข้าร่วมเจรจาและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องดินแดนและฟื้นฟูความไว้วางใจ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบทวิภาคีขึ้นมาใหม่

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย แสดงความเห็นว่า โอกาสครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้ง 2 ประเทศ เพื่อมุ่งสู่สันติภาพ

“การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งคือสิ่งที่ดีที่สุด

“ถึงเวลาแล้วที่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องมองไปข้างหน้า พร้อมจับมือกันเดินสู่เส้นทางสันติภาพ” อนุทินกล่าว

ที่มา:

- https://www.reuters.com/world/china/southeast-asian-leaders-seek-strategy-ease-impacts-iran-war-2026-05-08/

- https://www.reuters.com/world/china/energy-crisis-front-centre-asean-leaders-prepare-summit-2026-05-06/

- https://www.channelnewsasia.com/asia/asean-summit-iran-war-energy-crisis-economic-foreign-ministers-6106991

- https://mfa.go.th/en/content/trilateralmeeting-eng?cate=5d5bcb4e15e39c306000683e

- https://asean.org/secretary-general-of-asean-attends-the-opening-ceremony-of-the-48th-asean-summit-and-related-meetings-in-cebu-philippines/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...