โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เตรียมเสนอรัฐ เร่งมาตรการช่วยเหลือชี้ผลกระทบตะวันออกกลางกระทบตลาดส่งออก 2 แสนคัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 02.09 น.

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยชี้ผลกระทบตะวันออกกลางกระทบตลาดส่งออกรถยนต์ไทย 200,000 คันจับตาวัตถุดิบผลิตพุ่งหวั่นกระทบการฟื้นตัวอุตสาหกรรมในอนาคต

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยในงานสัมมนา ”TAIA Meets the Press” หัวข้อ “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยานต์ไทยปี 2569” จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยหลังจากเผชิญกับสภาวะรวามไม่สงบในส่วนตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา

ได้ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ถือเป็นตลาดส่งออกรถยนต์ใหญ่ของอุตสหกรรมยานยต์ไทย โดยปีที่ผ่านมามีการส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยไปภูมิภาคนี้ถึง 200,000 คันหรือ 21% ของยอดส่งออกรถยนต์

โดยช่วงที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือน 1 เดือน พบว่ารถยนต์ที่ส่งออกจากประเทศไทยต้องประสบปัญหาด้านความล่าช้าในการขนส่ง ทำให้ยอดการส่งออกชะงักไป 10,000คัน หรือ 50%ของยอดส่งออกไปตะวันออกลางที่เฉลี่ยอยู่เดือนละ 18,000 คัน

ดังนั้นหากสถานะการณ์ยืดเยื้อเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยอย่างแน่นอนหรือ อาจส่งผลให้ผู้ผลิตรถนนต์จำเป็นต้องหยุดหรือชะลอการผลิตรถยนต์ไปชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และเเน่นอนว่าอาจะส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตรถยนต์โดยรวมปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 3.4% แบ่งเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5.5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 9.5 แสนคัน

อีกทั้งแนวโน้มผู้บริโภคเริ่มชะลอการซื้อรถ เนื่องจากต้องการประเมินสถานการณ์สงคราม บวกกับแนวโน้มค่าครองชีพมีทิศทางมีทิศทางสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งส่วนของเม็ดพลาสติก และเรซินที่อาจจะขาดแคลนและมีการขึ้นราคาในอนาคต

ประกอบกับมวลรวมภายในประเทศ (GDP) อาจเติบโตเหลือเพียง 1.4% ในปี 2569 จากคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 2.0% เนื่องจากประเทศไทยส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการช่วยเหลือประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ สมาคมฯ และผู้ประกอบการ อยากเสนอมาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศที่ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐเพื่อเร่งหามาตราการช่สนเหลทอร่วมกัน ทั้งในส่วนของ

ส่งออกรถยนต์

มาตรการระยะสั้น โดยใช้กลไกทางด้านภาษี มาช่วยเช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ การหักค่าใช้จ่ายเงินได้นิติบุคคล สำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจการซื้อรถยนต์,มาตรการด้านสินเชื่อ โดยพิจารณาให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับกู้ซื้อรถ

รวมถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านงบประมาณประจำปี และส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ XEV ทุกชนิด และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

รวมทั้งมองมาตรการระยะกลาง – ยาว ไม่ส่าจะเป็นการสนับสนุนการผลิตภายในประเทศทดแทนการส่งเสริมการนําเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ เช่น กําหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตตามสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศและลดหรือยกเว้นอากรนําเข้าชิ้นส่วนสําคัญสําหรับรถยนต์ไฟฟา xEV ในระยะต้นของการผลิตสําหรับชิ้นส่วนที่ไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย

การยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม การเปลี่ยนผ่านของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ รวมถึงการเร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการส่งรถยนต์จากประเทศไทย

ทั้งนี้นายสุวัชร์ เชื่อว่า มาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์ในปีนี้และปีต่อ ๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เตรียมเสนอรัฐ เร่งมาตรการช่วยเหลือชี้ผลกระทบตะวันออกกลางกระทบตลาดส่งออก 2 แสนคัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...