โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภาคประชาชน ร้องพรรคประชาชน จี้ ครม.ใหม่รัฐบาลเร่งถกกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ‘พริษฐ์’ ชี้เหลือเวลา 40 วัน

The Reporters

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 03.56 น.

วันนี้ (1 เม.ย.69) เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขอให้พรรคประชาชนและรัฐบาลนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับมีเวลาพักผ่อนและฉบับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเร่งด่วน โดยมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ

นายบัณฑิต ป้อมวิเศษ เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กังวลว่าร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้งสองฉบับจะถูกหลงลืมและไม่ถูกหยิบยกมาเสนอในสภาฯ ซึ่งขณะนี้ยังค้างการพิจารณาในวาระ 1 และรอเข้าสู่วาระ 2 เพราะมีการยุบสภาไปก่อน โดยขอให้พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้

1.การแก้ไขกฎหมายแต่ละฉบับที่ผ่านกระบวนการขั้นตอนของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จนได้พิจารณาแล้วเสร็จในวาระที่ 1 เพื่อเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 มีการใช้งบประมาณในการแก้ไขกฎหมายที่ใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก อีกทั้งใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยการพิจารณาแก้ไขในทุกภาคส่วน รวมถึงการใช้เวลาในการพิจารณาจนได้ร่างการศึกษา รายงานที่จะนำเสนอต่อไปในรัฐสภาวาระ 2 และ 3 เพื่อออกมาเป็นกฎหมายให้ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศได้ยกระดับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ในการเพิ่มประชากรที่มีคุณภาพบุคลากรในอนาคต อีกทั้งเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานและการจ้างงานในอนาคต

2.ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ ถ้ามีการพิจารณาต่อและสามารถใช้ได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานและประชาชนโดยรวมให้มีมาตรฐานที่สากลปฏิบัติและยอมรับในการทำงานและการพัฒนาประเทศที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาคน เศรษฐกิจ และสังคม ความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ

นายเซีย ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้มารับหนังสือแทน กล่าวว่า

“เราเห็นเจตจำนงของประชาชนคนทำงานว่ามีความตั้งใจอยากผลักดันประเด็นการแก้ปัญหาของคนทำงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงานหลายฉบับ สิ่งสำคัญคือมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ค้างอยู่ในสภาฯ จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่พวกเราตั้งใจผลักดันให้ออกมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์กับแรงงาน แต่มีเหตุให้ยุบสภาเสียก่อน ภาคประชาชนจึงแถลงจุดยืนว่าอยากให้ ครม.และรัฐบาลนำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมาพิจารณาต่อในวาระ 2 และ 3”

นายพริษฐ์ เป็นตัวแทนพรรคประชาชน กล่าวยืนยันว่า

“พรรคประชาชนเห็นว่าเศรษฐกิจจะเป็นธรรมได้ก็ต่อเมื่อมีการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน เศรษฐกิจจะเป็นธรรมได้ก็ต่อเมื่อรัฐมีการออกแบบกลไกและมาตรการรองรับแรงงานทุกคนทั่วประเทศ เมื่อเศรษฐกิจเผชิญกับวิกฤต เราเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจที่เป็นธรรมจะต้องเป็นเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสสนับสนุนแรงงานทุกประเภทอย่างเสมอภาค”

ที่ผ่านมาภาคประชาชนพยายามใช้กลไกสภาฯ อย่างเต็มที่ในการผลักดันวาระคุ้มครองสิทธิแรงงาน มีกฎหมายบางฉบับที่เสนอและผลักดันได้สำเร็จในสภาฯ ที่แล้ว เช่น การขยายสิทธิลาคลอด กฎหมายบางฉบับค้างอยู่ในสภาฯ และกฎหมายบางฉบับได้เสนอกลับเข้าไปใหม่

กฎหมายทุกฉบับที่ค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้วยังไม่ได้ตกไปทันที จะไปต่อได้โดยไม่เริ่มใหม่ทั้งหมด ครม.ใหม่จะต้องมีมติภายใน 60 วันหลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาฯ ครั้งแรก หรือภายในวันที่ 14 พ.ค.69 เพื่อให้กฎหมายที่ค้างอยู่ได้ไปต่อตามกระบวนการของสภาฯ จึงเรียกร้องไปยัง ครม.ใหม่ เรามีเวลาอยู่ 40 กว่าวัน ขอให้ตัดสินใจว่าจะมีมติรับรองให้กฎหมายฉบับไหนได้ไปต่อบ้างโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะนอกเหนือจากกฎหมายแรงงาน 2 ฉบับแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่อยากให้ไปต่อเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ยกตัวอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จะเพิ่มเครื่องมือและกลไกให้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กระทบกับภาคเหนือ

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า

“มีกฎหมายหลายฉบับมากที่รอการตัดสินใจจาก ครม.ว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ จึงขอให้เร่งตัดสินใจทำให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและกฎหมายแรงงาน 2 ฉบับได้ไปต่อ อำนาจเรื่องนี้เป็นอำนาจที่ ครม.วันนี้เป็นวันแรกหลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.จึงขอเรียกร้องให้เร่งตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายทุกฉบับที่ค้างอยู่ ครม.มีเวลาอีก 40 กว่าวัน หากยังไม่ได้รับความชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เราคงจะมีการทวงถามเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ไม่เลยกรอบระยะเวลา”

ส่วนจะขอให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ช่วยหารือกับรัฐบาลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า

“ตามกฎหมายขั้นตอนกฎหมาย ครม.ต้องมีมติ ตนเองจึงขอเรียกร้องไปยังประธานสภาฯ สส.ทุกพรรคทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านให้ร่วมกันเรียกร้องรัฐบาลในเรื่องนี้ เพราะกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สภาฯ ชุดที่แล้วก็ใช้เวลาพอสมควรในการพิจารณา มองว่าจะเป็นการสูญเสียโอกาสเรื่องเวลา หากต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...