ดีพร้อมอัดสินเชื่อ Energy Efficiency ดอกเบี้ยต่ำ 2% ปลอดชำระ 3 เดือนแรก อุ้ม SMEs สู้ต้นทุน
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเร่งแก้โครงสร้างต้นทุนพลังงาน ผุดผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 2% ชูมาตรการผ่อนปรนพิเศษ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก หวังดึงผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร มุ่งเป้าส่งเสริมการลงทุน Solar Cell และพลังงานทดแทน ยกระดับการผลิตสู่ความยั่งยืนรับมือความผันผวนโลก
6 เมษายน 2569 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายเร่งด่วนในการลดภาระด้านต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงาน ซึ่งส่งผลให้ SMEs ต้องแบกรับภาระหนักจนกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เพียงวิกฤตระยะสั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับโครงสร้างด้านพลังงานอย่างเร่งด่วน ดีพร้อมจึงได้พัฒนา “สินเชื่อพลังงานดีพร้อม (DIPROM Energy Efficiency)” ผ่านเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
เงื่อนไขสินเชื่อและการปรับอัตราดอกเบี้ยขั้นบันได
มาตรการทางการเงินดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องทันทีและลดอุปสรรคด้านต้นทุนทางการเงิน โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขดังนี้:
วงเงินกู้สูงสุด: ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
ระยะเวลาผ่อนชำระ: สูงสุด 7 ปี
สิทธิพิเศษ: ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก
อัตราดอกเบี้ย:
ปีที่ 1: ร้อยละ 2 ต่อปี
- ปีที่ 2–4: ร้อยละ 4 ต่อปี
- ปีที่ 5–7: ร้อยละ 6 ต่อปี
“ดีพร้อมได้วางกรอบการให้ความช่วยเหลือ ให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดภาระและประคองธุรกิจในช่วงภาวะวิกฤต จึงกำหนดเงื่อนไขพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่องทันที ด้วยการให้สิทธิ์ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก เพื่อเป็นการจูงใจและช่วยผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้น”
ยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency)
วัตถุประสงค์หลักของสินเชื่อนี้มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำไปใช้วางรากฐานเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และยกระดับสถานประกอบการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมการลงทุนในหลายมิติ :
- พลังงานทางเลือก : ติดตั้งระบบ Solar Cell, Solar Rooftop หรือการเปลี่ยนไปใช้ก๊าซชีวภาพและชีวมวล
- การปรับปรุงระบบการผลิต : เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง และปรับปรุงระบบทำความเย็น
- การจัดการสิ่งแวดล้อม : ลงทุนในเทคโนโลยีบ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอย
การสนับสนุนทางการเงินนี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการ eXternal Support & Ecosystem ภายใต้โครงการ FLEXi Energy DIPROM โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BSC) และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) เพื่อให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
“การปรับโครงสร้างด้านพลังงาน ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนในระยะสั้น แต่เป็น ‘การลงทุนเพื่ออนาคต’ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”
มาตรการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่โครงสร้างใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ยากจะควบคุมในอนาคต