ศิลปินยุคใหม่ สร้างงาน-สร้างแบรนด์-สร้างรายได้
เวทีเสวนา“SE-ED PLAYGROUND x ARTIST: ศิลปินยุคใหม่ สร้างงาน สร้างแบรนด์ สร้างรายได้” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ มีผู้เข้าร่วมฟังอย่างคึกคักได้รับความสนใจจากกลุ่มนักอ่าน และครีเอเตอร์รุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก
เวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ“ศิลปินยุคใหม่” ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างสรรค์ผลงาน แต่สามารถต่อยอด “ลายเส้น” ให้กลายเป็น “ตัวตน” สร้าง “แบรนด์” และพัฒนาเป็น “รายได้” ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจากศิลปินและครีเอเตอร์ 4 กลุ่ม ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวคิดการสร้างสรรค์ในมุมที่หลากหลาย
พิมพ์พิชา อุตสาหจิต CEO วิธิตากรุ๊ป สะท้อนมุมมองการต่อยอดคาแรกเตอร์ระดับตำนานว่า“ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ขายหัวเราะอยู่คู่กับคนไทย เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรับตัวค่ะ เพราะเราตระหนักดีว่า 'อารมณ์ขัน' และพฤติกรรมการเสพสื่อของคนไทยเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันเราจึงมุ่งเน้นการยกระดับใน 2 มิติหลัก คือ การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สร้างรอยยิ้มในรูปแบบที่ทันสมัย และการขยายพรมแดนของคาแรกเตอร์ขายหัวเราะไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายผ่านการทำ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ"
"สำหรับในปีนี้ แฟนๆ จะได้เห็นขายหัวเราะในโฉมใหม่ที่ครอบคลุมทุกช่องทางออนไลน์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ Merchandise และบริการใหม่ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะโปรเจกต์มาสคอตอย่าง 'หนูหิ่น' ในลุคใหม่ที่ปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตลอดเวลา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก เราพร้อมที่จะพาคาแรกเตอร์ที่ทุกคนคุ้นเคย ไปทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และสร้างความสุขให้คนไทยต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด”
ด้าน ครูอ้าว เกียรติสุดา และ คุณผาล ภิรมย์ ผู้สร้าง “เจ้าขุนทอง” เน้นย้ำบทบาทของคอนเทนต์เพื่อเด็กว่า “ความพิเศษของเจ้าขุนทอง คือการนำกลุ่ม 'สัตว์ไทย' ที่คนคุ้นเคยมาทำเป็นคาแรกเตอร์ที่มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นสุนัข ควาย หรือจระเข้ ซึ่งในยุคหนึ่งเรามักจะเห็นแต่สื่อจากต่างประเทศเป็นหลัก คุณแม่ (ผู้ก่อตั้ง) จึงมีความตั้งใจที่จะสร้างรายการของคนไทย เพื่อเด็กไทยโดยเฉพาะ ทำให้ตัวละครอย่าง 'ฉงน' กลายเป็นตัวแทนของคนในสังคมที่มีความหลากหลาย ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รู้สึกใกล้ชิดและผูกพันมาจนถึงปัจจุบัน"
"ในก้าวต่อไปของเจ้าขุนทอง เรายังคงมุ่งผลิตสื่อสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ทั้งทางโซเชียลมีเดียและโทรทัศน์ และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือในปีนี้ เรากำลังจะมีโปรเจกต์ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ รวมถึงการร่วมงานกับ SE-ED เพื่อพาเจ้าขุนทองไปทำความรู้จักกับแฟนๆ ในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น เราหวังว่ารากฐานความรักที่เราสร้างมาตั้งแต่วันที่ผู้ชมยังเป็นเด็ก จะเติบโตเป็นพลังที่ส่งต่อความสุขให้แก่กันในฐานะผู้ใหญ่ในวันนี้”
ขณะที่ นรวิชญ์ ธารากิจ จาก TOYLAXY ผู้สร้างปรากฏการณ์ “Battle of Talingchan” ได้เล่าถึงการนำวัฒนธรรมไทยมาต่อยอดว่า “เราพยายามสร้างความแตกต่างในตลาด ด้วยการใส่ 'ความตลก' และ 'ความสนุก' เข้าไปในตัวละคร เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้แต่ตัวละครยักษ์ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงอย่าง กุมภกรรณ หรือ ทศคีรีวัน-ทศคีรีธร เราก็นำมาทำเป็นการ์ดเกม จนทำให้เด็กๆ ที่เล่นเกมสามารถจดจำชื่อ และประวัติของพวกเขาไปใช้ต่อยอดในการศึกษาได้จริง"
"เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเติบโตเพียงลำพัง แต่เราอยากให้ Battle of Talingchan เป็นแพลตฟอร์มที่เป็นเหมือน 'แกลเลอรี' ให้กับศิลปินและอาร์ทติสไทยได้โชว์ฝีมือ เราพร้อมที่จะผลักดันอุตสาหกรรมเกม และคอมมูนิตี้คนทำงานสร้างสรรค์ให้เติบโตไปพร้อมๆ กับเราครับ”
ส่วน aibig เจ้าของเพจ “แมวน่าเบื่อเพื่อนรัก” สะท้อนเส้นทางของครีเอเตอร์ยุคใหม่ว่า“เพจ 'แมวหน้าเบื่อ' (This is Boring Day) เชื่อมั่นใน 'พลังของความเรียบง่าย' ครับ เราตั้งใจออกแบบคาแรคเตอร์ และเนื้อหาโดยหยิบยกเรื่องราวใกล้ตัวในชีวิตประจำวันที่ทุกคนพบเจอมาเล่าใหม่ เพราะเราเชื่อว่าคอนเทนต์ที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องเป็นสิ่งที่ผู้ชมดูแล้วรู้สึกว่า 'นี่คือเรื่องของเรา' ความเรียบง่ายนี้เอง ที่เป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงเราเข้ากับคนรุ่นใหม่ เมื่อเนื้อหาเข้าใจง่ายและน่าประทับใจ ผู้ชมก็จะเกิดความสนุก และพร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านั้นต่อให้กับคนรอบข้างอย่างเป็นธรรมชาติ”
ทาง รุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ ซีเอ็ดยูเคชั่น กล่าวว่า “ซีเอ็ดต้องการเป็นมากกว่าร้านหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ๆ ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ‘SE-ED Playground’ จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่อยากพัฒนาตัวเองและสร้างสิ่งใหม่”