โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดีเซลทะลุ 50 จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย กำลังซื้อหด ธุรกิจสั่นคลอน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 10.51 น.

สถานการณ์ราคาน้ำมันของไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ที่ไม่ใช่แค่การขึ้นราคาชั่วคราว แต่เป็นแรงกระแทกต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นทะลุ 50 บาทต่อลิตร( ณ 5 เม.ย. 2569) หลังจากเคยถูกตรึงไว้ต่ำกว่า 30 บาทมาเป็นเวลานาน

การปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นลักษณะ “ช็อก” จากการผสมกันของ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การยุตินโยบายตรึงราคาน้ำมันของภาครัฐ ภาวะราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และข้อจำกัดด้านฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่สามารถแบกรับภาระอุดหนุนได้ต่อไป

ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 รัฐบาลเริ่มทยอยปล่อยให้ราคาดีเซลสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นหลายรอบในระยะเวลาอันสั้น จากระดับ 29.94 บาทต่อลิตร ขยับขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับกว่า 50 บาทในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ นี่จึงไม่ใช่แค่การขึ้นราคา แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบอุดหนุนสู่ระบบตลาด

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงแผ่กว้างไปทั้งระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศอย่างไทยที่พึ่งพาน้ำมันดีเซลสูงถึง 55-60% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด ดีเซลไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิง แต่เป็นเส้นเลือดหลัก ของภาคขนส่ง โลจิสติกส์ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

เมื่อราคาดีเซลพุ่ง ต้นทุนการขนส่งสินค้าจึงเพิ่มขึ้นทันที และถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่สินค้าเกษตร อาหาร ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่ ส่งผลให้กำไรหดตัวและเสี่ยงต่อการลดการจ้างงาน

ในระดับครัวเรือน ผลกระทบยิ่งชัดเจนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นทันที ขณะที่ราคาสินค้าในชีวิตประจำวันทยอยปรับขึ้นตามต้นทุน ทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพที่เห็นได้ชัดคือการลดการเดินทาง การใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และการหันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยก็เริ่มส่งสัญญาณแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญ นักวิชาการหลายฝ่ายประเมินตรงกันว่า หากราคาดีเซลทรงตัวในระดับ 50 บาทต่อเนื่อง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 อาจลดลงเหลือเพียงประมาณ 1% จากที่เคยคาดไว้ราว 2% และหากราคาพุ่งแตะ 60 บาทต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 0.5% หรือแย่กว่านั้นอาจเข้าสู่ภาวะติดลบในบางไตรมาส

คำถามสำคัญคือ “ราคาน้ำมันจะไปถึงจุดนั้นหรือไม่” คำตอบคือ มีความเป็นไปได้สูง ภายใต้สถานการณ์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน นโยบายภาครัฐของไทยเองก็มีแนวโน้ม “ไม่ย้อนกลับ” ไปใช้มาตรการอุดหนุนเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต เนื่องจากข้อจำกัดด้านฐานะการคลังและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มผันผวนตามตลาดโลกมากขึ้นในระยะยาว ภายใต้บริบทนี้ คำว่า “อยู่รอด” จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกภาคส่วน

สำหรับภาครัฐ จำเป็นต้องปรับบทบาทจากผู้ตรึงราคา ไปสู่ผู้บริหารความเสี่ยง โดยเน้นมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่ง และ SMEs ควบคู่กับการเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล และส่งเสริมพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง

ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวในเชิงโครงสร้าง ลดการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และพิจารณาปรับโมเดลธุรกิจให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารต้นทุน

ส่วนภาคครัวเรือนจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น

วิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าอย่างสูง หากไม่เร่งปรับตัว ทั้งในระดับนโยบายและระดับพฤติกรรม ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับแรงกระแทกซ้ำซ้อนในอนาคต

ในอีกมุมหนึ่ง วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาส ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น หากทุกภาคส่วนสามารถใช้แรงกดดันครั้งนี้เป็นแรงผลักดันในการปรับโครงสร้างอย่างจริงจัง

แต่ในระยะสั้น สิ่งที่คนไทยต้องเผชิญคือความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำมันแพงจะยังอยู่กับเราไปอีกระยะหนึ่ง และการปรับตัวเท่านั้น คือทางรอดเดียวในเกมเศรษฐกิจรอบใหม่นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...