โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรณ์ย้อนปี 51 น้ำมันดิบแพงกว่าปัจจุบัน แต่หน้าโรงกลั่นถูกกว่า 19 บาท วอนอนุทินอย่ากลัวโรงกลั่นขู่ปิดหนี

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ส.ส.ปชป. ถอดบทเรียนวิกฤตพลังงานปี 51 โต้อนุทินหวั่นโรงกลั่นหยุดทำงาน หากบีบค่าการกลั่นมากไป ชี้ชัดปี 51 น้ำมันดิบแพงกว่านี้ แต่ค่าการกลั่นแค่ 2 บาท ขณะที่ปัจจุบันพุ่งกระฉูดเกือบ 16 บาท ย้ำต้นทุนกลั่นจริงไม่ได้เพิ่มขึ้น จี้ คตร. เลิกยอมโดนขู่แล้วรีบหั่นราคาช่วยประชาชน

วันนี้ (6 เม.ย.) จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีมติให้กระทรวงพลังงานไปเร่งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ให้มีการนำส่งกำไรส่วนเกินในกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น ส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการช่วยลดภาระให้ประชาชนในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพง พร้อมเร่งทำรายละเอียดตัวเลขต้นทุนและรายได้ที่แท้จริงของธุรกิจโรงกลั่นต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณว่าจะสามารถส่งผ่านกลไกความช่วยเหลือในครั้งนี้ไปยังราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อช่วยลดผลกระทบให้ประชาชนในทันที ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในวันที่ 6 เม.ย. 2569

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า พยายามเจรจากับโรงกลั่นและนำตัวเลขต่างๆ มาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงาน ทราบว่าทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยหวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ ส่วนมีแนวโน้มจะได้ลดราคาใช่หรือไม่ อยู่ระหว่างดูตัวเลขและพยายามเจรจาลดราคา แต่ก็ต้องให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ ไม่ใช่บีบบังคับ หากเขารู้สึกว่าขายแล้วไม่คุ้มค่าการกลั่นแล้วหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา จะยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมามั่นใจว่าปริมาณน้ำมันจะเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันยังอุ้มอยู่ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่อุ้มตรงนี้ไปตลอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นเป็นอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากขอความร่วมมือจากประชาชน คือการใช้น้ำมันให้ประหยัดมากขึ้นในช่วงที่มีวิกฤตการณ์แบบนี้ เพราะไทยไม่ได้เป็นผู้กำหนดค่าน้ำมันและไม่มีทรัพยากรประเภทนี้อยู่ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100%

เรื่องนี้ทำให้ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ถอดบทเรียน 2551 ว่าด้วยการบริหารในช่วงวิกฤตน้ำมันแพง ในการถกเถียงกันเรื่อง "ค่าการกลั่น" ผมขอนำข้อมูลเสนอเผื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านเอกนิติและ คตร. เพราะเห็นสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดแล้วเป็นห่วงวิธีคิดของรัฐบาล คือการที่รัฐบาลกลัวถึงขั้นว่าเขาจะหยุดกลั่นนั้น ผมว่าเกินเลยไปมาก ผมพบรายงานของ "สถาบันบริหารกองทุนนํ้ามัน" ได้รายงานสถานการณ์วิกฤติพลังงานช่วงเดือน ก.ค. 2551 น่าสนใจในเชิงเปรียบเทียบกับสถานการณ์วันนี้อย่างมาก

ช่วงนั้น (เดือน ก.ค. 2551) ราคานํ้ามันพุ่งสูงขึ้น นํ้ามันดิบดูไบราคา 137 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (สูงกว่าวันนี้ ที่มีราคา 128 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) สาเหตุเพราะช่วงนั้นจีนใช้นํ้ามันมากขึ้น และมีข่าวลือว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน แต่ราคาหน้าโรงกลั่นช่วงนั้นอยู่ที่เพียง 36.65 บาทต่อลิตร (เทียบกับวันนี้ 55.67 บาทต่อลิตร) และราคาหน้าปั๊มอยู่ที่ 42.24 บาท (วันนี้ 50.54 บาท) ทั้งๆ ที่กองทุนนํ้ามันตอนนั้นแทบไม่ต้องทำงาน มีการชดเชยเพียง 1.57 บาทต่อลิตร (วันนี้ชดเชย 14.27 บาทต่อลิตร) ราคานํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ประมาณ 7% แต่ราคาหน้าโรงกลั่นกลับถูกกว่าวันนี้ถึง 19 บาทต่อลิตร หรือถูกกว่า 34% เพราะอะไรที่นํ้ามันดิบวันนั้นแพงกว่าวันนี้ แต่ราคาทั้งหน้าโรงกลั่น และหน้าปั๊มกลับถูกกว่าวันนี้มาก โดยไม่ต้องชดเชย

คำตอบคือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาษีสรรพสามิตปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.40 บาทต่อลิตร (วันนี้ 6.92 บาทต่อลิตร) และที่สำคัญคือ "ค่าการกลั่น" เมื่อปี 2551 อยู่ที่เพียง 2.27 บาทต่อลิตร ในขณะที่ตอนนี้อยู่ที่ 15.99 บาทต่อลิตร วันนี้จะอ้างว่าค่าการกลั่นแพงเพราะต้นทุนนํ้ามันดิบสูงขึ้น มันคนละเรื่องกัน และหลักฐานก็ชัดเจนว่าเมื่อปี 2551 นํ้ามันดิบแพงกว่าวันนี้ แต่ค่าการกลั่นตํ่ากว่ากันมากมาย ส่วนต้นทุนการกลั่นที่แท้จริง ระหว่างวันนั้นถึงวันนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้เพิ่มขึ้น

ทั้งหมดนี้ คตร. ควรเอาไปพิจารณาครับ ด้วยสถานการณ์โลก ที่ราคานํ้ามันต้องแพงขึ้นไม่มีใครเถียง แต่ชัดเจนว่าไม่ควรจะแพงขึ้นถึงขนาดนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาษี หรือเพราะค่าการกลั่น อย่าไปยอมให้เขาขู่ว่าจะปิดโรงกลั่นนะครับ"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...