“พยัคฆ์ไพร” แจ้งความสร้างที่พักสงฆ์ของ "พระสิ้นคิด" บุกรุกป่าสงวนฯ
ชุด “พยัคฆ์ไพร” แจ้งความดำเนินคดีที่พักสงฆ์ ของพระสิ้นคิด ข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯแล้ว
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าผลการตรวจสอบ กรณีหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ได้ประสานนำกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ สังคมรู้จักกันในนามวัดของ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือพระสิ้นคิด เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุด นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ว่า ที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ได้กระทำการเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยยอดมน โดยการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างลักษณะที่พักของพระสงฆ์ แม่ชี หรือผู้มาปฏิบัติธรรม แซมหรือแทรกลงระหว่างใต้ไม้ยืนต้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 48 รายการ
ประกอบด้วย ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิ กุฏิรับรอง ศาลาวิปัสสนา ห้องสุขา และโรงจอดรถ คิดเป็นพื้นที่การครอบครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง 12 ไร่ 36 ตารางวา เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 31 26/4 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 55 72 ตรี
พร้อมทั้งขอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวน เสนอพนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้สั่งบุคคลที่ได้ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของผู้กระทำความผิดออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตลอดจนสั่งให้ผู้กระทำความผิดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือนำสิ่งใดๆ อันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ออกจากป่าสงวนแห่งชาติภายในเวลาที่กำหนด ตามความในมาตรา 31 วรรคท้าย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
ด้าน นายปรัตถกร คางคำ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.11 (ห้วยยอดมน-ช่องเม็ก) เจ้าของพื้นที่ที่รับผิดชอบป่าห้วยยอดมน กล่าวว่า ตรวจสอบทราบว่า พระสิ้นคิด หรือหลวงตาสินทรัพย์ ไม่ได้เป็นประธานที่พักสงฆ์แล้วตามที่สังคมเข้าใจ แต่เป็นพระอัฐพงษ์ จกกวโร เป็นประธานที่พักสงฆ์คนใหม่
ทั้งนี้ ที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดได้ 15 ไร่ ตามหนังสืออนุญาต เล่มที่ 055 ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 และในห้วงปี 2567 ปรากฏเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้ และประธานที่พักสงฆ์ ร่วมกันจัดทำโครงการพุทธอุทยานที่พักสงฆ์บ่อน้ำพระอินทร์ กำหนดพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 484 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา
จะต้องไม่เกินกรอบพื้นที่ ในหนังสือสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ไว้ เมื่อปี 2552 ไม่เกินกว่า 500 ไร่ แต่ในระหว่างทำการตรวจสอบพื้นที่เพื่อจัดตั้งโครงการพุทธอุทยาน มีการตรวจสอบและบันทึกพื้นที่ทำประโยชน์ ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2567 ตรวจวัดพื้นที่ได้ประมาณ 592 ไร่
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า
กลุ่มที่ 1 สิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุในพื้นที่ ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ภายใน 15 ไร่ อาจจะทำได้ภายในขอบเขตของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ 2 สิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุในพื้นที่โครงการพุทธอุทยาน ภายในพื้นที่ 499 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ยังคงมีความเห็นออกเป็นหลายฝ่าย ซึ่งเห็นร่วมกันว่า ควรส่งให้สำนักจัดการป่าไม้ชุมชน กรมป่าไม้ เป็นผู้พิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ว่าสิ่งก่อสร้างเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพุทธอุทยานหรือไม่ จะเกิดความเป็นธรรมและบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน
กลุ่มที่ 3 สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่นอกเขตโครงการอุทยาน แต่อยู่ภายในพื้นที่ 592 ไร่ ที่แผนที่ตรวจสอบเมื่อ 5 กันยายน 2567 ในพื้นที่นี้เห็นควรรายงานไปยังกรมป่าไม้ทราบ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าควรบังคับใช้กฎหมายหรือควรปฏิบัติอย่างใด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และกลุ่มที่ 4 สิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่นอกพื้นที่ ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด นอกโครงการพุทธอุทยานฯ นอกพื้นที่ตรวจสอบตามบันทึก ฉบับวันที่ 5 กันยายน 2567 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายบุกรุกป่า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พยัคฆ์ไพร” แจ้งความสร้างที่พักสงฆ์ของ “พระสิ้นคิด” บุกรุกป่าสงวนฯ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th