โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สงคราม’ ทุบมู้ด ‘เที่ยวสงกรานต์’ พิษ ‘น้ำมันแพง-ขาดแคลน’ ฉุดเชื่อมั่นคนไทย ไม่กล้าเดินทาง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สงครามในตะวันออกกลางปะทุมานานกว่า 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศเดินทางท่องเที่ยวช่วง “เทศกาลสงกรานต์” เฟสติวัลระดับโลก ผู้ประกอบการโรงแรม ค้าปลีก และอีเวนต์ ส่วนใหญ่มองกระแสท่องเที่ยวสงกรานต์ปี 2569 ลดลงหรือทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า หลังวิกฤติตะวันออกกลางผ่านมากว่า 1 เดือน สมาคมฯประเมินภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และถ้ายิ่งน้ำมันขาดแคลนจะกระทบในเชิงจิตวิทยา ทำให้คนไทยไม่กล้าเดินทางข้ามจังหวัด เพราะไม่มั่นใจว่าจะหาปั๊มเติมน้ำมันระหว่างทางได้หรือไม่ จากปกติจะใช้โอกาสนี้ขับรถเที่ยวระยะไกลกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เช่น จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ หรือกระบี่ ก็ต้องเลื่อนแผนการเดินทางออกไปก่อน

ด้านตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบชัดต่อราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ปัจจุบันเส้นทางจากยุโรปบางเส้นทางราคาปรับขึ้น 2 เท่าแล้ว หลังปริมาณเที่ยวบินที่ต้องแวะเปลี่ยนเที่ยวบินในตะวันออกกลางหายไปราว 50% อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ในไทยถือว่าเป็นอีเวนต์ระดับโลกไปแล้ว ถ้าพลาดปีนี้ต้องรอปีหน้า ทำให้ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสประสบการณ์

“การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ถือว่าเงียบกว่าปีที่แล้ว ยิ่งน้ำมันแพงขึ้นสะสมต่อเนื่อง ยิ่งทำให้การเดินทางเงียบไปอีก จึงมองว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 น่าเป็นห่วงมาก เพราะนอกจากจะเข้าสู่โลว์ซีซันแล้ว ยังมีปัจจัยราคาน้ำมันแพงเข้ามาซ้ำเติม จากเดิมที่ผู้ประกอบการหวังพึ่งพาตลาดท่องเที่ยวในประเทศ”

วิกฤติฝุ่นพิษทุบ “สงกรานต์เชียงใหม่” อ่วมสุด

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อดูยอดจองห้องพักในเมืองท่องเที่ยวหลักรายพื้นที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าภูเก็ตน่าจะมียอดจองห้องพักดีที่สุด สวนทางกับเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญวิกฤติหนักสุดจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงเข้ามาซ้ำเติมผลกระทบจากสงคราม ทำให้ยอดจองใหม่ๆ ที่ควรเข้ามาดันหายไป จึงคาดว่าสงกรานต์ปีนี้เชียงใหม่จะมีอัตราการเข้าพักเหลือเพียง 50-60% เท่านั้น ต่ำกว่าปีก่อนๆ ที่เคยมียอดจองเต็ม

ส่วนภาคตะวันออก ยอดจองไตรมาส 2 ลดลง 10-15% เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของคนไทยในช่วงสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม พัทยายังคงได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ล้นมาจากภูเก็ต ส่วนกรุงเทพฯ ยอดจองช่วงสงกรานต์ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว

“เมื่อเทียบกับแนวโน้มราคาสินค้าประเภทอื่นๆ ที่กำลังแพงขึ้นแล้ว จะพบว่าโรงแรมยังไม่สามารถขึ้นราคาห้องพักได้ในภาวะแบบนี้ ผู้ประกอบการต้องเน้นทำรายได้ให้ถึงจุดคุ้มทุนครอบคลุมต้นทุนคงที่ ขณะเดียวกันต้องเสนอบริการเพิ่มเติมแก่ผู้เข้าพักเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว”

ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนแก่ผู้ประกอบการโดยตรง ลดการจัดเก็บภาษีต่างๆ เช่น การลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดิน นอกจากนี้ยังต้องการมาตรการช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนแก่เอสเอ็มอี เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ดีมานด์ชะลอตัว คนเดินทางเข้ามาน้อยลง

“เซ็นทรัลพัฒนา” คาดคนไทยเที่ยวแน่นกรุงเทพฯ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มองภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้ทรงตัว น้ำมันแพงมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยาพอสมควร และอาจมีส่วนทำให้คนไทยท่องเที่ยวหนาแน่นในกรุงเทพฯ แทนการไปต่างจังหวัด ขณะเดียวกันคนไทยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศก็น่าจะเลือกเที่ยวศูนย์การค้าใกล้บ้าน ทำให้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนาน่าจะได้อานิสงส์จากตรงนี้

“ปัจจัยอากาศร้อนมีส่วนทำให้คนอยากเดินศูนย์การค้ามากขึ้น โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เราคิดว่าคนไทยน่าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศลดลง เพราะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางและราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น น่าจะทำให้คนไทยหันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น”

สำหรับสงกรานต์ถือเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เซ็นทรัลพัฒนาได้ร่วมกับทุกภาคส่วนยกระดับสงกรานต์สู่เทศกาลที่ทั่วโลกต้องเดินทางมา เช่นเดียวกับเทศกาลระดับโลกอื่นๆ อย่าง Rio Carnival, Oktoberfest และ Holi ที่มีเอกลักษณ์และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาลต่อปี

“สำหรับประเทศไทย สงกรานต์คือ World’s Biggest Water Festival ที่โดดเด่น มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเด่นชัดและสามารถสร้างประสบการณ์ได้พร้อมกันทั่วประเทศ สงกรานต์จึงเป็นเทศกาลที่สร้างทั้งการเดินทางและการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจงานเทศกาล (Festival Economy) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงให้การท่องเที่ยวไทย

โดยเซ็นทรัลพัฒนาทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ยกระดับสงกรานต์ทั่วประเทศได้จริง พร้อมยกระดับระบบนิเวศของสงกรานต์ เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความบันเทิง และการท่องเที่ยว มุ่งยกระดับงาน “Central Songkran: World’s Biggest Water Festival” ขยายการจัดงานสู่ 44 สาขาทั่วประเทศ มีมากกว่า 1,000 อีเวนต์ และศิลปินดังกว่า 400 ชีวิต พร้อมคอนเสิร์ตสุดมัน ตอกย้ำเบอร์ 1 แลนด์มาร์กคัลเจอร์เทนเมนต์ระดับโลกที่มีผู้ร่วมงานกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ

“สงกรานต์ 2569” คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 2569 คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งตลาดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ททท.ยังคงรูปแบบการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569 อย่างยิ่งใหญ่

สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดินทางจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยหากไม่มีปัญหาวิกฤติพลังงาน มองว่าจำนวนและรายได้น่าจะเพิ่มมากกว่านี้ประมาณ 5-7%

งาน “มหาสงกรานต์” ปักหมุดสวนเบญจกิติ

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ททท.เตรียมจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 11-15 เม.ย. 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ มุ่งนำเสนออัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ไทยผ่านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำความเป็นเทศกาลงานประเพณีระดับโลก สอดแทรกแนวคิดย้อนยุค ปัจจุบัน และร่วมสมัย

และงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ระหว่างวันที่ 10-30 เม.ย. 2569 ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) ซึ่งมีไฮไลต์เป็นการจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรม (Sculpture) 3 มิติ ขนาดใหญ่ จากวัสดุไฟเบอร์กลาสที่มีความทนทานสูงจำนวน 6 ชิ้นงาน ใน Character ต่างๆ จากศิลปินชาวไทยที่มีชื่อเสียง

รวมถึงยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานประเพณีสงกรานต์ทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นงาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026, งาน SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026, งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ประจำปี 2569, งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ประจำปี 2569 จ.พระนครศรีอยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2569 จ.ขอนแก่น, งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้าร่วมกิจกรรม

“วัน เอเชีย เวนเจอร์ส” มองสงกรานต์ปี 69 ดีกว่าปีแผ่นดินไหว

นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจัดงานเทศกาลดนตรี “SIAM Songkran Music Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11-14 เม.ย. สถานที่จัดงานคือ Bravo BKK Arena Area ย่าน RCA พระราม 9 บริษัทฯ ใช้งบจัดงาน 250 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วซึ่งใช้งบ 230 ล้านบาท รองรับจำนวนผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 20,000 คน/วัน แต่จากฟีดแบ็กยอดขายบัตรล่าสุดคาดมีคนแน่นงาน เนื่องจากปีนี้มีการนำศิลปินดีเจระดับแม่เหล็กมาดึงดูดผู้เข้าร่วมงาน

“ฟีดแบ็กของงาน SIAM Songkran Music Festival ในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว แม้จะเผชิญสถานการณ์น้ำมันแพง แต่ถ้าเทียบกับปีที่แล้วซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ตอนนั้นหนักกว่ามาก”

“S2O” คาดอีเวนต์สงกรานต์เงินสะพัดลดลง

นายวุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรีเอสทูโอ (S2O) และนายปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า อีเวนต์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกับทุกเซ็กเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลง ขณะที่เทศกาลดนตรี เอสทูโอ ที่จะจัดสงกรานต์นี้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่างชาติลดลง และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่คนไทยสัดส่วนมากกว่าต่างชาติ จากปีก่อนมีคนไทยและต่างชาติมางานเอสทูโอเท่ากันที่ 50%

ทั้งนี้ แนวโน้มอีเวนต์สงกรานต์ปี 2569 คาดการณ์ภาพรวมเงินสะพัดลดลงจากปีก่อน โดยเห็นสัญญาณชัดตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ห้างร้านบางตา ร้านอาหารลูกค้าน้อยลง และปิดกิจการ จากความเปราะบางดังกล่าว ในการจัดเทศกาลดนตรีเอสทูโอ ปี 2569 จึงต้องทำให้บรรยากาศ โปรดักชัน การบริหารจัดการต้องดีขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

“ปีนี้คาดว่าเอสทูโอจะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนน้อยลง ปีนี้ยิ่งน้อยลงไปอีก คนไทยจะมากกว่า การจับกลุ่มเป้าหมายเราจึงเน้นสะดวก ยิ่งนักท่องเที่ยวบินระยะใกล้ยิ่งดี ใช้เวลาวางแผน 3 วัน จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เห็นพฤติกรรมคนเที่ยวซื้อบัตรใกล้วันงานมากขึ้น และจากเศรษฐกิจโลกไม่ดีคาดหวังคนไทยจะเที่ยวในประเทศมากขึ้น”

ในการจัดงาน เอสทูโอ ปี 2569 การเจรจากับผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ เพื่อทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ยังมีการรัดเข็มขัดมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายการตลาดมีงบประมาณที่น้อยลง การจัดงานจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เน้นสนุกที่ไม่ต้องใช้เงินมากนัก

หวังคนร่วมอีเวนต์หนีเครียด-ฮีลใจ

ในปี 2569 นอกจากการจัดงานเอสทูโอ ยังเดบิวต์แบรนด์ใหม่เทศกาลดนตรีเคป๊อปสาดน้ำ เคทูโอ (K2O) ต่อเนื่องกัน หลัังจากพันธมิตรเกาหลีต้องการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินเกาหลีมาแสดงโดยเฉพาะด้วย ซึ่งการจัด 2 อีเวนต์ใหญ่ คาดหวังจะมีคนร่วมงานเอสทูโอราว 30,000 คน/วัน ส่วนเคทูโอคาดอยู่ที่ 20,000 คน/วัน

ท่ามกลางปัจจัยลบรายล้อม หากมองแรงส่งที่จะทำให้คนออกมาเที่ยวและร่วมกิจกรรมสงกรานต์ คือการหลีกหนีความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจ สงคราม และอื่นๆ จึงใช้มิวสิค เฟสติวัล เป็นพื้นที่ปลอบประโลมหรือฮีลใจ

“ชีวิตเครียดขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจ สงคราม โซเชียลมีเดียที่ตื่นมาเห็นชีวิตคนนับล้านเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แบกมาหมด มีความทุกข์เหนื่อยเพิ่มกว่าปกติ แต่สิ่งที่ฮีลใจได้คือเอนเทอร์เทนเมนต์ การไปงานเอสทูโอช่วยหนีความความเครียด เพราะคือปีใหม่ไทย การสร้างความสุขในช่วงสงกรานต์พักใจ เพราะไม่รู้หลังสงกรานต์จะเผชิญอะไรอีก”

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของอีเวนต์ทั้งคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรีในปี 2569 ท้าทายขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีเท่า 2 ปีก่อน และไม่รู้จะฟื้นตัวเมื่อไร ทำให้ผู้บริโภคคิดหนักในการใช้จ่าย

สำหรับภาพรวมของธุรกิจต่างๆ ในการจัดกิจกรรมสร้างสีสันช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ห้างค้าปลีกต่างๆ สีลมเอจ สามย่านมิตรทาวน์ วันแบงค็อก สยามสแควร์ บรรทัดทอง พระประแดง เป็นต้น ที่น่าสนใจคือเทศกาลดนตรีสาดน้ำสงกรานต์ดังๆ ในปีก่อน ปีนี้หายไป เงียบเหงาไม่มีการโปรโมตด้วย เช่น เทศกาลดนตรีสาดน้ำในภาคเหนือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...