โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไข่ไก่ขึ้นราคา 20 สตางค์ แตะ 3.40 บาท-เปิดต้นทุนจริง 3.26 บาท เกษตรกรยัง 'ขาดทุนสะสม'

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 23.23 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 05.21 น.

ในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม "ราคาไข่ไก่" มักถูกยกขึ้นมาเป็นดัชนีชี้วัดความลำบากของปากท้องอยู่เสมอ เมื่อมีการประกาศปรับราคาไข่ไก่ขึ้นเพียงไม่กี่สิบสตางค์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็มักจะตามมาทันที อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านผ่านสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปี 2569 เราอาจพบว่าคำว่า"ไข่แพง" อาจเป็นเพียงมุมมองด้านเดียวของเหรียญที่มีความซับซ้อนมากกว่านั้น

ราคาขยับรับสภาพอากาศแปรปรวน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นฤดูร้อน เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขยับจากเดิมขึ้นไปอยู่ที่ “ฟองละ 3.40 บาท” หรือเพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท ดูเสมือนจะเป็นจังหวะเดียวกับความแปรปรวนของสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูร้อน

นายมาโนช ชูทับทิม ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด และนายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า ราคาไข่ไก่ปรับขึ้นมา 20 สตางค์ก็จริง แต่หากมองย้อนกลับไปเพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้า จะพบว่าสถานการณ์นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะในช่วงต้นปี 2569 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญกับภาวะราคาไข่ไก่อ่อนตัว อย่างหนัก มา 2-3 เดือนแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มลดลงไปเหลือเพียงฟองละ 3.20 บาทเท่านั้น ซึ่งสาเหตุสำคัญในตอนนั้นมาจากสภาพอากาศที่เย็นลง ทำให้แม่ไก่ให้ผลผลิตสูงขึ้นจนเกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (Over Supply) ในขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลง

มาโนช ชูทับทิม ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด และนายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่

เบื้องหลังราคา คือ กลไกตลาด

ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนราคาในปัจจุบันไม่ใช่ความต้องการฉวยโอกาสของเกษตรกร แต่เป็น "กลไกตลาด" ที่ถูกกระทบโดยสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเข้าสู่ช่วงที่อากาศเริ่มร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของไก่ไข่ ทำให้ไก่มีภูมิคุ้มกันลดลง เป็นโรคได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ "อัตราการให้ไข่ลดลง"

เมื่อผลผลิตในตลาดลดลงตามธรรมชาติ แต่ความต้องการบริโภคยังคงเดิมหรือเพิ่มมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ราคาจึงต้องปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกดีมานด์และซัพพลาย ดังนั้น การปรับราคาเป็นฟองละ 3.40 บาท จึงเป็นการสะท้อนภาพของฤดูกาลผลผลิต

“ต้นทุนที่แท้จริง” ความลักลั่นระหว่างราคากับกำไร

หากเราเปิดตัวเลขต้นทุนการผลิตมาพิจารณา จะเห็นภาพที่น่าเห็นใจสำหรับเกษตรกรรายย่อยเป็นอย่างมาก ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าต้นทุนการผลิตไข่ไก่เฉลี่ย ตั้งแต่ไตรมาส2/68 ถึงไตรมาส 1/69 มีระดับตั้งแต่ 3.20 บาท โดยในบางช่วงปรับขึ้นไปสูงสุด 3.28 บาท ก่อนที่จะลงมาอยู่ในระดับ 3.26 บาท ในปัจจุบัน ในขณะที่ราคาขายจริงในช่วงวิกฤตราคาดิ่งต้นปี 2569 อยู่ที่เพียง 3.00 - 3.20 บาทต่อฟองเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรต้องแบกรับภาระการ “ขายขาดทุนสะสม" มาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุของต้นทุนที่พุ่งสูงมาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งค่าแรงงานและค่าพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีปัญหาการแข่งขันกันอย่างรุนแรง จนผลผลิตล้นออกมาแล้วราคาต่ำ

ดังนั้น การที่ราคาขยับขึ้นมาที่ฟองละ 3.40 บาทในปัจจุบัน แม้จะดูเหมือนแพงขึ้นในสายตาผู้บริโภค แต่หากเทียบกับต้นทุนการผลิตแล้ว “เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาวะที่ขาดทุนสะสม แทบจะยังไม่มีกำไร” การปรับราคาจึงเป็นเพียงการช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ผลิตสามารถประคองอาชีพต่อไปได้เท่านั้น

การเติบโตและความท้าทายอุตสาหกรรมไข่

แม้จะมีความผันผวนของราคา แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมไข่ไก่ในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว คาดการณ์ปริมาณการผลิตไข่ไก่จะมีปริมาณ 16,108.317 ล้านฟอง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ความต้องการบริโภคภายในประเทศซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกกว่า 90% ของการใช้ไข่ไก่ที่ผลิตได้ ซึ่งไม่ว่าจะเกิดปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อย่างไรก็ตาม การบริโภคในประเทศก็ยังมีเสถียรภาพ คนยังบริโภคไข่ไก่ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก และสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลาย และหากรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้คนมีความต้องการบริโภคมากขึ้น

ดังนั้น หากมีการรณรงค์บริโภค ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเพิ่มการประชาสัมพันธ์ถึงคุณประโยชน์ของไข่ไก่อย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมวันไข่โลก ทำให้ปริมาณการบริโภคเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย เชื่อว่าจะทำให้ตลาดในประเทศเติบโตได้

‘บทบาทของภาครัฐ : การรักษาสมดุล’

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ราคาไข่ไก่ผันผวนจนเกินไป คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาสมดุลตลาด เช่น การขอความร่วมมือให้เกษตรกรปลดไก่ไข่ยืนกรงตามอายุที่เหมาะสมเพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตไม่ให้ล้นตลาดเกินไป รวมถึงการจัดทำแผนการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ที่เหมาะสมเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว

กลไกตลาดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจากราคาไข่ในตลาดสูง-ต่ำ ไม่ต่างกันมากในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า "ไข่แพงจริงหรือ" อาจสรุปได้ว่าเป็นการปรับราคาให้เข้าใกล้ต้นทุนที่แท้จริงมากกว่า เพราะการขยับราคาขึ้นฟองละ 20 สตางค์เป็นผลโดยตรงจากธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศร้อน และเป็นการปรับตัวหลังจากที่ราคาตกต่ำอย่างผิดปกติในช่วงต้นปี

ในฐานะผู้บริโภค การเข้าใจถึงความยากลำบากของเกษตรกรที่ต้องเผชิญทั้งต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และความเสี่ยงจากโรคระบาด จะช่วยให้เรามองเห็นภาพกว้างของระบบอาหารไทย ไข่ไก่ยังคงเป็นโปรตีนที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และการที่เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม ก็จะเป็นหลักประกันว่าเราจะมีไข่ไก่คุณภาพดีบริโภคได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...