สหรัฐได้-จีนเสีย?? ฟัง กอบศักดิ์-เลอพงษ์ วิเคราะห์ ใครได้-ใครเสีย ทรัมป์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐได้-จีนเสีย?? ฟัง กอบศักดิ์-เลอพงษ์ วิเคราะห์ ใครได้-ใครเสีย ทรัมป์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 14 เมษยน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (ศุภจี สุธรรมพันธุ์) โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ ปธน.ทรัมป์ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า
หนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากสงคราม… น้ำมันสหรัฐ !!!
ภาพด้านล่าง มาจาก Rory Johnston นักวิเคราะห์ด้านน้ำมัน
ภาพเรือขนส่งน้ำมันที่กำลังเข้าคิวมาที่สหรัฐ จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz
President Trump เอามาภาพนี้มาเผยแพร่ในโซเชียลของตนเอง และให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า
สหรัฐมีน้ำมันมากกว่า ซาอุดีอาระเบีย + รัสเซีย เป็นผู้ที่มีน้ำมันเยอะสุดในโลก ขณะนี้ทุกประเทศที่กำลังขาดแคลนน้ำมัน ทั้งเอเชีย และยุโรป กำลังมุ่งตรงมาที่ Gulf of America ดังจะเห็นในภาพด้านล่าง
สหรัฐพร้อมขาย น้ำมันเราเหลือเฟือ มาได้เลย นอกจากนี้ ทุกคนสามารถซื้อได้จากเวเนซุเอลาเช่นกัน สหรัฐได้ส่วนแบ่งกำไรจากการขายน้ำมันดังกล่าว
ท่านภูมิใจมากในเรื่องนี้ พูดถึงบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ พอๆ กับการบอกว่า สหรัฐไม่ได้ใช้น้ำมันจาก Hormuz
เป็นปัญหาของคนอื่นๆ ที่สหรัฐทำอยู่ คือช่วยทุกคน ไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐรอได้เช่นกัน เพราะได้ประโยชน์
นอกจากนี้ ราคาหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวดีขึ้น Dow Jones กลับมาที่ 47,500-48,500
ไม่รีบร้อน มีเวลากดดันอิหร่านให้ยุติเรื่องนิวเคลียร์ ผ่านการปิดล้อมช่องแคบ Hormuz ที่ต้องใช้เวลากว่าจะส่งผลโดยหวังว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะล้มลง สร้างแรงกดดันจากภายในอิหร่านอีกด้าน พร้อมสร้างสมดุลใหม่ระหว่างพลเรือนและทหารในอิหร่านที่ดูเหมือนจะเห็นไม่ตรงกันให้ยอมในที่สุด
มาดูกันครับว่า จะเป็นไปตามหวังหรือไม่ อิหร่านจะโต้กลับอย่างไร จะเกิด อุบัติเหตุ ที่ทำให้ต้องโจมตีอีกรอบหรือไม่ และการเผชิญหน้าจะลุกลามไปถึงตุรกี จีน ด้วยไหม !!!
มาติดตามกันครับ
ขอบคุณภาพจาก Rory Johnston โดยเขาอธิบายว่าสีน้ำเงินคือเรือบรรทุกน้ำมันแบบ “สกปรก” (เช่น น้ำมันดิบ น้ำมันเตา ฯลฯ) สีขาวคือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันแบบ “สะอาด” (เช่น เบนซิน ดีเซล ฯลฯ)
และสีส้มคือเรือบรรทุกก๊าซ (เช่น LNG, LPG ฯลฯ)
ด้านดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ภาควิชาอิสลามการเมือง มหาวิทยาลัยนานาชาติอัล-มุสฏอฟา ประเทศอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน โพสต์ข้อความ ระบุว่า วิเคราะห์ผลกระทบหากสหรัฐ ปิดทางเข้า–ออกช่องแคบฮอร์มุซ (ฉบับกระชับครับ)
1. มาตรการนี้อาจดำเนินได้ในระยะสั้น แต่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความต่อเนื่อง ทำให้ยากต่อการคงไว้ในระยะยาว
2. อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน เนื่องจากสินค้าส่งออกของอิหร่านกว่า 90% มีปลายทางที่จีน ซึ่งอาจกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนโดยตรง
3. ผลกระทบต่ออิหร่านด้านสินค้าจำเป็นมีจำกัด เพราะการนำเข้าส่วนใหญ่ผ่านเส้นทางบกทางตอนเหนือ จึงไม่พึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง
4. อิหร่านมีศักยภาพด้านพลังงานภายในประเทศสูง จากการเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายสำคัญ จึงไม่เผชิญปัญหาพลังงานภายในประเทศ
5. รายได้จากการส่งออกน้ำมันยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีรายงานว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านงบประมาณของอิหร่าน
6. การปิดล้อมทางทะเลอาจส่งผลต่ออิหร่านในระยะยาว แต่สหรัฐเองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุน ทำให้มาตรการนี้อาจไม่ก่อประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว และอิหร่านมีศักยภาพในการทำสงครามยืดเยื้อมากกว่าสหรัฐ
7. อาจกระตุ้นให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ และอาจสร้างภาระเพิ่มเติมต่อสหรัฐและพันธมิตร
8. ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม และสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ
9. ปัญหาพลังงานที่เกิดขึ้นจะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้ความเชื่อมั่นและความร่วมมือทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับพันธมิตรบางประเทศลดลง
10. สหรัฐและอิสราเอลจะทำสงครามต่อ แต่ขาดการสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญ อาจผลักดันให้หลายประเทศหันไปสร้างความร่วมมือกับขั้วอำนาจอื่น เช่น จีนและรัสเซีย ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว
#ฝากให้คิดครับ ดูน้อยลง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐได้-จีนเสีย?? ฟัง กอบศักดิ์-เลอพงษ์ วิเคราะห์ ใครได้-ใครเสีย ทรัมป์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th