โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“คนขับกระบะ” มอบตัวแล้ว หลังแซงไม่พ้น ชนสาวท้อง 3 เดือนขาขาดแท้งลูก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 01.20 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 15.15 น.
ภาพไฮไลต์

สาวท้อง 3 เดือน ถูกกระบะซิ่งแซงไม่พ้นชนขาขาดกระเด็น ซ้ำแท้งลูก ล่าสุดคนขับกระบะ มอบตัว อ้างไม่รู้ว่าชนคน ปัดหลบหนี

เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นิพนธ์ ศรนรินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย. จนมีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย โดยหนึ่งใน 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาด บริเวณถนนพิกุลทอง-บ้านไร่ชาวเหนือ หมู่ 3 ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพิกุลทอง, กู้ชีพ รพ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่าฟีโน่ สีเขียวขาว ทะเบียน พิจิตร สภาพถูกเฉี่ยวชนจนพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 2 ราย คือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจยย. กระดูกขาหักอาการสาหัส และ น.ส.ธัญพร อายุ 20 ปี เป็นผู้นั่งซ้อนท้ายมากับรถจยย. ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถึงขั้นขาขาดกระเด็นลอยมาอยู่บริเวณหน้าร้านปะยางใกล้จุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร

ส่วนรถกระบะคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานวิทยุตำรวจสกัดจับ แต่ไร้วี่แวว เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีทางแยกหลายเส้นทาง ประกอบกับช่วงเหตุเกิดเป็นช่วงเวลากลางคืน

จากการสอบถามเบื้องต้น ชาวบ้านทราบว่า น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร ขับรถจยย.มาตามถนนพิกุลทอง-บ้านไร่ชาวเหนือ ซึ่งเป็นถนนฝั่งละ 1 เลน โดยผู้บาดเจ็บขับรถมุ่งหน้าไป อ.ดำเนินสะดวก เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะ ไม่ทราบผู้ขับขี่และทะเบียน ขับมาในทิศทางตรงข้าม ได้ขับแซงรถคันอื่นจนล้ำเข้ามาเฉี่ยวชนรถจยย.ของ น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ราชบุรี

ต่อมา พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงสั่งการให้ จนท.ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกเส้นทาง จนพบรถกระบะต้องสงสัยหลบหนีไปยังแยกห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง ซึ่งทางตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นที่อยู่ของบุคคลขับรถกระบะคันดังกล่าว ก่อนกดดันประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.อ่างทอง ให้บุคคลที่ขับรถกระบะคันดังกล่าวเข้ามอบตัว

ขณะเดียวกันหลัง น.ส.ธัญพร เข้ารักษาตัวที่ รพ.ราชบุรี โดยทางแพทย์ได้แจ้งทางญาติว่า น.ส.ธัญพร นอกจากจะขาขาดอาการสาหัสแล้ว และยังแท้งลูกอายุครรภ์เพียง 3 เดือนเศษอีกด้วย ทำให้ครอบครัว น.ส.ธัญพร ออกมาเรียกร้องให้บุคคลขับรถกระบะดังกล่าวแสดงตัวออกมารับผิดชอบ

ทาง พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงได้สั่งการเร่งด่วนให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี ออกกดดันคนขับรถกระบะอย่างหนักตลอดทั้งวัน เพื่อให้เข้ามามอบตัว

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับนายต่อ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.ธัญพร อายุ 20 ปี น้องผู้หญิงที่ถูกรถชนจนขาขาด และแท้งลูกอายุครรภ์ 3 เดือนเศษ ได้ให้ข้อมูลว่า ล่าสุดตนเองเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาลราชบุรี อาการของลูกสาวตอนนี้ยังโคม่า และกำลังผ่าตัด โดยลูกสาวตอนนี้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ส่วนขาที่ขาดนั้น ได้ถูกแรงชนจนขาดจนถึงสะโพก ซึ่งหมอแจ้งว่าไม่สามารถต่อกลับคืนมาได้แล้ว และต้องพิการตลอดชีวิต

แต่สิ่งที่น่าเสียใจที่สุด ตนเองเพิ่งมาทราบว่า ลูกในท้องของลูกสาว ซึ่งอายุครรภ์ได้ 3 เดือนเศษ ได้เสียชีวิตแล้วในท้อง ตนเองเพิ่งทราบเพราะแยกทางกับแม่ของลูกสาวได้นานแล้ว แต่ยังส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ตลอด ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นคลิปกล้องวงจรปิดเห็นขาของลูกสาวหลุดออกจากร่างกระเด็นลอยไปไกลจากแรงชนของกระบะ ตนเองทำใจไม่ได้ และรู้สึกโกรธแค้นมากที่กระบะคันที่ชนไม่มีแม้แต่เบรกชะลอและจอดรถลงมาดูลูกสาวเลยด้วยซ้ำ อยากให้ตำรวจเร่งล่าตัวและดำเนินคดีกับคนขับกระบะให้ถึงที่สุด รวมไปถึง อยากให้รับผิดชอบและเยียวยาชีวิตลูกสาวด้วยที่ต้องพิการตลอดชีวิต

ล่าสุดช่วง 14.00 น. วันนี้ (14 เม.ย. 69) นายเขตรัต อายุ 48 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะสีขาว ทะเบียนราชบุรี ที่เฉี่ยวชน น.ส.เอ และ น.ส.ธัญพร ได้เดินทางมามอบตัวที่ สภ.เมืองราชบุรี โดยให้การเบื้องต้นว่า เมื่อคืนระหว่างเดินทางกลับบ้านที่ ต.อ่างทอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับรถแซงขวารถจยย.ที่ขับอยู่ด้านหน้า และจนได้ยินเสียงกระแทกคิดว่าชนวัวไม่ได้คิดว่าชนรถ จึงได้ขับรถกลับบ้านก่อน จนเมื่อเวลา 02.00 น. ได้ขับรถวนกลับมาดูที่เกิดเหตุอีกครั้งก็ไม่พบใครแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน

นายเขตรัต ยังให้การต่ออีกว่า ตนไม่ได้หนี และไม่รู้ด้วยว่าขับรถชนคน เพราะไม่เห็นแสงไฟจากรถจยย.ที่สวนมาเลย จนตอนเช้ามาทราบข่าวจึงรีบเดินทางมามอบตัวที่โรงพัก

ซึ่งตลอดเวลา นายเขตรัต มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ทีมข่าวพยายามสอบถาม นายเขตรัต คนขับกระบะ เจ้าตัวอ้างว่า ในวันเกิดเหตุตนเองเพิ่งเดินทางกลับจากงานวันเกิดของเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รู้สึกเหมือนขับชนอะไรบางอย่าง แต่สาเหตุที่ไม่ได้จอดรถลงมาช่วยเหลือเนื่องจากคิดว่า “ชนวัว” ไม่คิดว่าชนคน ยืนยันไม่ได้ตั้งใจขับรถหลบหนีส่วนที่เดินทางมามอบตัวกับตำรวจวันนี้เนื่องจากเห็นข่าวในโซเชียลจึงเดินทางมาเพื่อรับผิดชอบ

ทีมข่าวพยายามถามต่อมา ในวันเกิดเหตุได้ดื่มมาหรือไม่ ในตอนแรกเจ้าตัวยอมรับว่าดื่ม ก่อนที่จะเปลี่ยนคำพูดว่า ดื่มนั้นคือดื่มน้ำเปล่าและดื่มน้ำอัดลม ไม่ใช่ดื่มเหล้า และยืนยันว่าไม่ได้เมา

เมื่อถามว่าอยากขอโทษผู้บาดเจ็บและลูกในครรภ์ 3 เดือนที่เสียชีวิตหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า เดี๋ยวจะไปขอโทษด้วยตัวเอง ยืนยัน ผมไม่ได้เมา

ต่อมาทีมข่าวยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณสี่แยกเจดีย์หัก จ.ราชบุรี ซึ่งจนท.ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และ จังหวัดราชบุรี ได้ไล่กล้องตลอดทั้งคืนเพื่อติดตามกระบะรายนี้ จนไปพบว่าหลังจากเกิดเหตุ นายเขตรัต ได้ขับรถกระบะไปจอดที่ปั๊มน้ำมันและดูร่องรอยความเสียหายด้านหน้ารถ ซึ่งพบว่า กระจกรถฝั่งคนขับแตก บังโคลนครอบล้อหน้าฝั่งคนขับแตก ล้อรถยางหน้าฝั่งคนขับแตก จึงจอดรถเปลี่ยนยางอะไหล่ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าไปยังแยกห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของ นายเขตรัต

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาเบื้องต้นกับ นายเขตรัต 3 ข้อหา ขับรถโดยประมาทให้ผู้อื่นได้รับอันตรายบาดเจ็บสาหัส, เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุ ก่อนนำตัว นายเขตรัต ไปเจาะเลือดตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด หากพบมีปริมาณแอลกอฮอล์ ก็จะตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ส่วน นายเขตรัต จะได้ประกันตัวหรือไม่เพราะได้เดินทางมามอบตัว โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องสอบสวน นายเขตรัต อย่างละเอียด ส่วนในชั้นศาล ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล จ.ราชบุรี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คนขับกระบะ” มอบตัวแล้ว หลังแซงไม่พ้น ชนสาวท้อง 3 เดือนขาขาดแท้งลูก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...