โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเตือนภัย ‘ไข้กาฬหลังแอ่น’ ไทยดับแล้ว 3 ราย สั่งจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 07.25 น. • The Bangkok Insight

รัฐบาลไทยประกาศแจ้งเตือนภัย "ไข้กาฬหลังแอ่น" ไทยเสียชีวิตแล้ว 3 ราย สั่งจับตาสถานการณ์ เพื่อสกัดกั้นเชื้อไม่ให้แพร่กระจาย

รัฐบาลไทยประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรค "ไข้กาฬหลังแอ่น" อย่างใกล้ชิด หลังได้รับรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่พบการระบาดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ขณะที่ในประเทศไทยเองเริ่มมีรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตแล้ว แม้จำนวนภาพรวมจะยังอยู่ในระดับต่ำแต่เนื่องจากเป็นโรครุนแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง กรมควบคุมโรคจึงต้องยกระดับมาตรการติดตามและตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้างในประเทศ

ไข้กาฬหลังแอ่น

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยข้อมูลสถิติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 17 มี.ค. พบผู้ป่วยในไทยสะสม 5 ราย และเสียชีวิตแล้วถึง 3 ราย ซึ่งแม้จะยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดในอังกฤษที่มียอดผู้ป่วยยืนยันแล้ว 9 รายและเสียชีวิต 2 ราย แต่ไทยยังคงบรรจุโรคนี้เป็นโรคที่ต้องรายงานตามกฎหมาย หากพบผู้สงสัยติดเชื้อแม้เพียงรายเดียว เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบสวนโรคทันทีเพื่อสกัดกั้นเชื้อไม่ให้แพร่กระจาย

สำหรับลักษณะอาการสำคัญที่ประชาชนต้องสังเกตคือ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง คอแข็ง ซึม และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากถึงมือแพทย์ไว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก วัยรุ่น และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งหรือไปในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกัน (โดยเฉพาะสายพันธุ์ MenB) ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลด้วยการล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่มีผู้คนแออัด เนื่องจากเชื้อติดต่อผ่านทางละอองฝอยและการใช้ของร่วมกัน พร้อมขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...