โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิเทศวิถี : สีหศักดิ์ชูบทบาทนำไทย ดันโลกร่วมขจัดภัยสแกม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 06.20 น.

สีหศักดิ์ชูบทบาทนำไทย

ดันโลกร่วมขจัดภัยสแกม

แม้ว่าในเวลานี้สถานการณ์สู้รบที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง ที่สหรัฐและอิสราเอลผสานกำลังกันถล่มอิหร่านเมื่อวันที่ 7 มีนาคม จะเป็นประเด็นหลักที่ครอบงำความสนใจของคนทั่วโลก ค่าที่มันส่งผลกระทบกว้างไกลครอบคลุมทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงานจากค่าน้ำมันพุ่งกระฉูด ก๊าซธรรมชาติขาดตลาดอันเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ความมั่นคงด้านอาหารจากที่อุปทานปุ๋ยเริ่มติดชะงัก ไม่ต้องพูดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัดทั้งในประเทศรัฐอ่าวอาหรับเองและประเทศอื่นๆ ที่ซื้อน้ำมันรวมถึงก๊าซจากแหล่งผลิตใหญ่ของโลกแห่งนี้ ไปจนถึงอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว และธุรกิจอื่นๆ ตลอดจนส่งผลกระทบกับความมั่นคงของโลก และมุมมองที่ผู้คนมีต่อสหรัฐ มหาอำนาจเดี่ยวที่เคยถูกมองว่าเป็นเสาหลักของโลกมานับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่ามันจะคลี่คลายลงไปได้อย่างไรและเมื่อไหร่ ขณะที่การกู้คืนความเสียหายและผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหลังจากทุุกอย่างยุติลง

ท่ามกลางความสนใจที่ถูกดึงไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 16-17 มีนาคม ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีการประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง หรือ Global Fraud Summit ถูกจัดขึ้นโดยการเป็นเจ้าภาพร่วมกันระหว่างสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ( UNODC) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) แม้จะเป็นการประชุมที่เกิดขึ้นเพียง 2 วัน แต่มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,300 คน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ผู้นำภาคเอกชน บริษัทเทคโนโลยี และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อหารือถึงหนทางในการทำงานร่วมกัน ตลอดจนหาทางทำลายและขจัดระบบที่เอื้อให้การฉ้อโกงเติบโตจนสร้างความเสียหายให้กับผู้คนทั่วโลกอย่างที่เราได้เห็นกันในช่วงที่ผ่านมา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยที่ประกอบด้วยผู้แทนจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานอัยการ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และยังได้รับเชิญให้เป็นผู้กล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมเต็มคณะของการประชุมดังกล่าว รวมถึงกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมวาระพิเศษระดับสูงเพื่อประกาศคำมั่นในการต่อสู้กับการฉ้อโกงของไทย และยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อร่วมกันผลักดันการแสดงเจตนารมย์ทางการเมืองและความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย

นายสีหศักดิ์บอกว่า เดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้เพราะเวทีดังกล่าวให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญคือเรื่องออนไลน์สแกม และอยากจะเน้นบทบาทนำของไทย หลังที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 400 คน

ประเด็นที่ไทยนำเสนอในเวทีต่างๆ คือการตอกย้ำว่าปัญหาการฉ้อโกงมีความหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น การหลอกลวงทางออนไลน์ถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงในรูปแบบใหม่จากที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ซึ่งนับวันจะมีความท้าทายมากขึ้นเพราะปัญหาดังกล่าวครอบคลุุมหลายมิติ มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องฉ้อโกงเท่านั้นแต่ยังเป็นขบวนการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ การใช้ความรุนแรง หลายคนตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นระบบทาสยุคใหม่

ปัจจุบันนี้ การหลอกลวงออนไลน์ได้พัฒนาไปเป็นการดำเนินงานในระดับอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อน ขนาดของปัญหานั้นน่าตกใจอย่างมาก เฉพาะแค่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การฉ้อโกงทางไซเบอร์ทำให้เกิดความเสียหายถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือว่าเป็นศูนย์กลางและเป็นด่านหน้าของปัญหาที่ท้าทายนี้ ประเทศไทยเป็นทั้งทางผ่านของขบวนการเหล่านี้ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา และยังเป็นที่หลบภัยของเหยื่อการค้ามนุษย์ที่หลบหนีหรือได้รับบการช่วยเหลือออกมา โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือในการส่งตัวเหยื่อกลับประเทศแล้วมากกว่า 13,200 คน จากกว่า 40 ประเทศ

หากดูจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นรอบบ้านของไทยก็จะเห็นได้ว่า ศูนย์สแกมจะหยั่งรากลึกอยู่ในพื้นที่ที่หลักนิติธรรมอ่อนแอหรือหรือแทบจะไม่มีอยู่เลย ในเมียนมา ศูนย์สแกมมักตั้งอยู่ในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย ที่ต้องการเงินทุนในการซื้ออาวุธเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ในกัมพูชา ศูนย์สแกมกลับเกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจโดยตรง ตัวการใหญ่ของขบวนการดังกล่าว อาทิ นายเฉิน จื้อ ได้รับการแต่ตั้งเป็นเนี๊ยะออกญา ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ระดับสูงของกัมพูชา ที่มอบให้กับนักธุรกิจที่บริจาคเงินสนับสนุนรัฐบาลมากกว่า 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 16 ล้านบาทต่อปี ก่อนที่จะถูกถอดยศในเวลาต่อมาเมื่อเผชิญกับข้อกล่าวหาและแรงกดดันให้ทางการกัมพูชาปราบปรามศูนย์สแกมต่างๆ ที่ผุดขึ้นมากมายในประเทศ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไทยดูเหมือนจะกลายเป็นทางผ่านในเส้นทางของการหลอกลวงผู้คนจากทั่วโลกให้กลายเป็นเหยื่อของการค้าทาสยุคใหม่ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ภาพของไทยในเวทีโลกต่อประเด็นปัญหาดังกล่าวเปลี่ยนไป กลายเป็นประเทศที่ถือธงนำในการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง การผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบของไทยในเวทีโลก แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างไทยกับประเทศข้างเคียง

การประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกงในครั้งนี้เป็นความร่วมมือที่สะท้อนถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่ต่างตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา และพยายามจะช่วยกันทำให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน หนึ่งในตัวอย่างของสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จ คือการประสานงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย กับพันธมิตรอาเซียน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ และเมตา (Meta) ไม่กี่วันก่อนหน้าการประชุม ที่นำไปสู่การปิดบัญชีที่น่าสงสัยมากกว่า 150,000 บัญชี มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นตัวการสำคัญหลายราย และการระบุตัวเหยื่อการค้ามนุษย์หลายร้อยคนที่ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวง

ด้วยเหตุที่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้ามชาติ ประเด็นที่ไทยได้นำเสนอในการประชุมครั้งนี้คือความร่วมมือระหว่างประเทศและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่การทำงานระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชนก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อขณะนี้มีแถลงการณ์ร่วมฯกรุงเทพโดยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ค.ศ. 2025 ที่เป็นผลจากการประชุมซึ่งไทยจัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา หากประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นภาคี ก็จะได้ใช้เป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ไทยก็ยังจะเป็นเจ้าภาพจัดการจัดประชุมในกรอบองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ที่กรุงเทพ และจะยังพยายามผลักดันความร่วมมือเพื่อจัดการกับศูนย์สแกมในกรอบของอาเซียนอย่างต่อเนื่องต่อไป

ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นที่นายสีหศักดิ์ย้ำคือ “ที่มันลำบากที่สุดก็เพราะปัญหานี้อยู่ในโลกดิจิทัลที่แพร่ขยายอย่างรวดเร็ว โลกไซเบอร์ไม่มีระบบธรรมาภิบาล ไม่มีกติกากฎหมายที่รัดกุมและเข้มแข็งเพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาที่ท้าทายหลายๆ ประเทศ และไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะแก้ไขได้โดยลำพัง”

ที่สุดแล้วการแก้ไขปัญหาหลอกลวงออนไลน์ไม่เพียงแต่จะต้องมีเจตนารมย์ทางการเมืองอันแน่วแน่ แต่ทุกๆ ภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่ออุดช่องโหว่ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นเอกภาพไปพร้อมๆ กับการปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายความมั่งคงรูปแบบใหม่อันร้ายแรง ที่กำลังคุกคามโลกอยู่ในเวลานี้ร่วมกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิเทศวิถี : สีหศักดิ์ชูบทบาทนำไทย ดันโลกร่วมขจัดภัยสแกม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...