อ่านไม่ผิด! หนุ่มวัย 23 ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ติด “หูดหงอนไก่” สาเหตุมาจากพ่อ
หนุ่มวัย 23 ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ติด “หูดหงอนไก่” สาเหตุคาดไม่ถึง…มาจากพ่อ
กรณีนี้สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เมื่อชายหนุ่มวัย 23 ปี ซึ่งไม่เคยมีแฟนหรือมีเพศสัมพันธ์มาก่อน กลับถูกตรวจพบว่าเป็น“หูดหงอนไก่” (Genital warts) ทั้งที่ตามปกติแล้วโรคนี้มักติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์
รายงานจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไต้หวัน ระบุว่า ชายคนดังกล่าวเข้ารับการตรวจสุขภาพและพบความผิดปกติ โดยต่อมาทราบว่า“พ่อของเขา” ซึ่งมีอายุ 50 ปี ก็ป่วยเป็นโรคเดียวกัน
เมื่อตรวจสอบประวัติ พบว่าพ่อเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงมาก่อน และมีตุ่มผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง กลับซื้อยามาใช้เอง ซึ่งไม่ได้ผล
ติดเชื้อได้แม้ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์
สาเหตุสำคัญของเคสนี้เกิดจากการใช้ของร่วมกันภายในบ้าน เช่น ห้องน้ำและเครื่องซักผ้า ทำให้เชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่เป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่สามารถแพร่กระจายผ่านเสื้อผ้า หรือสิ่งของส่วนตัวได้
ปัจจุบัน ทั้งพ่อและลูกกำลังเข้ารับการรักษา โดยใช้วิธีจี้ไฟฟ้าและฉีดวัคซีน HPV เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
แพทย์ระบุว่า แม้โรคนี้จะติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก แต่มีประมาณ 10% ที่สามารถติดต่อผ่านเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวได้เช่นกัน
หากสงสัยว่าติดเชื้อ ควรทำทันที 3 อย่าง
เปลี่ยนชุดชั้นในและผ้าเช็ดตัวทั้งหมด
ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าและห้องน้ำอย่างละเอียด
ฆ่าเชื้อบริเวณชักโครกและพื้นที่ใช้งานร่วมกัน
ระยะฟักตัวนาน แต่อาจแพร่เชื้อได้
โรคหูดหงอนไก่มีระยะฟักตัวประมาณ 2–3 เดือน โดยช่วงแรกอาจยังไม่แสดงอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้
แพทย์เตือนว่า ไม่ควรซื้อยามารักษาเอง เพราะอาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
สังเกตอาการ “หูดหงอนไก่” ที่พบได้บ่อย
มีตุ่มเล็ก ๆ สีชมพูหรือสีเดียวกับผิวบริเวณอวัยวะเพศ
ผิวขรุขระ คล้ายหงอนไก่ หรือรวมกันเป็นกลุ่ม
อาจไม่เจ็บหรือคัน แต่บางรายรู้สึกระคายเคือง
หากมีการเสียดสี อาจเกิดเลือดออกหรืออักเสบได้
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า
สุขอนามัยไม่ดี ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
วิธีป้องกัน แพทย์แนะนำว่า…
ควรใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
รักษาความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีความผิดปกติ
แม้ “หูดหงอนไก่” จะเป็นโรคที่มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ก็มีโอกาสติดผ่านการใช้ของร่วมกันได้ ดังนั้น การรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคนี้