โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มันสำปะหลังไทย เจาะตลาดจีนตะวันตก กวาดคำสั่งซื้อฉงชิ่งกว่า 2,000 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 03.16 น.

กรมการค้าต่างประเทศ เผยผลเจรจาธุรกิจ Business Matching ณ นครฉงชิ่ง ประสบความสำเร็จเกินคาด ชูยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงจากตลาดจีนตะวันออก สู่ภูมิภาคตะวันตกที่มีอัตราการเติบโตสูง คาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อแป้งมันและมันเส้นพุ่ง 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 1 ปี หลังพบผู้ประกอบการ 163 คู่

20 เมษายน 2569 กรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยความสำเร็จจากการนำคณะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยรวม 22 ราย เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 โดยสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการค้ารวม 163 คู่ คาดการณ์มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าภายในระยะเวลา 1 ปี รวมทั้งสิ้น 63,252,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,087 ล้านบาท

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการรุกตลาดใหม่ในภูมิภาคจีนตะวันตกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไทยยังไม่เคยดำเนินการเจรจาการค้าในลักษณะนี้มาก่อน โดยสินค้าแป้งมันสำปะหลังมียอดสั่งซื้อราว 32.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มันเส้นและมันอัดเม็ดมียอดสั่งซื้ออยู่ที่ 30.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุถึงทิศทางตลาดมันสำปะหลังไทยในแดนมังกรว่า “จีนเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังอันดับหนึ่งของไทย โดยปัจจุบันการส่งออกยังคงกระจุกตัวอยู่ในแถบตะวันออก ขณะที่ภูมิภาคตะวันตกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนประชากรและการพัฒนาเมือง ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้น”

ยุทธศาสตร์จีนตะวันตก: โอกาสใหม่ท่ามกลางการพัฒนาเมือง

การเลือกนครฉงชิ่งเป็นเป้าหมายหลักสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพื้นที่ตะวันตกของรัฐบาลจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยการเจรจาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าจีน 34 ราย ซึ่งให้การยอมรับในมาตรฐานคุณภาพสินค้าไทยและพร้อมนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักในสายการผลิต

นอกจากด้านผลิตภัณฑ์แล้ว คณะผู้แทนไทยยังได้ศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์ ณ ศูนย์แสดงข้อมูลห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ (Inland International Logistics Hub Exhibition Center) ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบสินค้า

เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยง

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจีนตะวันตกที่เชื่อมโยงรูปแบบการขนส่ง ทั้งทางเรือ ราง และถนน (Multi-modal Transport) เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยเข้าสู่จีนตอนในได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

นางอารดาฯ กล่าวเสริมถึงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานว่า “การเชื่อมโยงจีนตะวันตกกับอาเซียน เอเชียกลาง และยุโรป จะช่วยเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดได้อย่างสะดวกในเวลาอันสั้น ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศเตรียมติดตามผลสัมฤทธิ์จากการจับคู่ธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินมูลค่าการส่งออกจริงและเดินหน้าขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพอื่นๆ ต่อไป เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากตลาดดั้งเดิมไปสู่ตลาดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...