โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ญี่ปุ่น” เสี่ยงขาดแคลน “อะลูมิเนียม” หนัก หลังสงครามอิหร่านตัดซัพพลายหลัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อุตสาหกรรมยานยนต์ ญี่ปุ่น สะเทือน หลังพึ่งพาอะลูมิเนียมจากตะวันออกกลางสูงถึง 70% ราคาพุ่ง-การผลิตเริ่มสะดุด ผู้ผลิตเร่งหาแหล่งใหม่ ท่ามกลางความเสี่ยงซัพพลายเชน

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 04.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญแรงกดดันด้านซัพพลายอะลูมิเนียมอย่างหนัก หลังความขัดแย้งในอิหร่านทำให้เส้นทางขนส่งหลักจากตะวันออกกลางสะดุด ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ต้องลดการผลิตและเร่งหาทางเลือกใหม่

ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น Toyota Motor Corp. และ Denso Corp. โดยผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นพึ่งพาอะลูมิเนียมจากตะวันออกกลางราว 70% ทำให้ต้นทุนพุ่งขึ้นทันที ราคาวัตถุดิบชนิดนี้เพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 13% นับตั้งแต่เกิดสงครามปลายเดือนกุมภาพันธ์

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าอาจเผชิญปัญหาการผลิตในไม่ช้า ขณะที่บริษัทบางแห่งเริ่มลดการใช้พลังงานและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด

สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ในตะวันออกกลางคาดว่าอาจต้องใช้เวลานานถึง 1 ปีในการฟื้นกำลังการผลิตเต็มที่ ขณะที่ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan Chase & Co. เตือนว่า อุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่หลุมดำที่ฟื้นตัวยาก แม้จะมีข้อตกลงสันติภาพ และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งาน แต่ระบบขนส่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ

ในปี 2568 ญี่ปุ่นนำเข้าอะลูมิเนียมจากตะวันออกกลางประมาณ 590,000 ตัน คิดเป็นราว 30% ของซัพพลายทั้งหมด ทำให้ญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อภาวะขาดแคลน ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และเกาหลีใต้ ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน

ปัญหาไม่ได้เกิดแค่การขนส่งเท่านั้น แต่โรงกลั่นอะลูมิเนียมในภูมิภาค เช่น ในอาบูดาบีและบาห์เรน ยังได้รับความเสียหายจากการโจมตีในช่วงแรกของสงคราม ทำให้การฟื้นตัวของซัพพลายยิ่งล่าช้า

ตัวอย่างหนึ่ง คือ บริษัท Kato Light Metal ซึ่งต้องหยุดรับวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง แม้จะยังมีสต็อกเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม แต่หลังจากนั้นต้องหันไปนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน

ขณะเดียวกัน Denso Corp. และบริษัทในเครือ ได้ลดกำลังการผลิตลงราว 20,000 หน่วยต่อเดือน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

โดยทั่วไป บริษัทญี่ปุ่นมักมีสต็อกวัตถุดิบเพียงประมาณ 2 เดือน ทำให้หลายแห่งอาจเริ่มเผชิญปัญหาการผลิตตั้งแต่ปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนพฤษภาคม หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อ ซัพพลายเชนอาจฟื้นตัวได้ช้าลง และมีความเสี่ยงที่สายการผลิตจะต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาอะลูมิเนียมสูง เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง

ทั้งนี้อะลูมิเนียมถือเป็นโลหะที่ถูกใช้งานมากที่สุดรองจากเหล็ก ด้วยคุณสมบัติน้ำหนักเบาและระบายความร้อนได้ดี จึงเป็นวัสดุสำคัญในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ตัวถังรถ รวมถึงสินค้าในชีวิตประจำวันอย่างกระป๋องเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์อาหาร สถานการณ์ล่าสุดทำให้ผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มเร่งหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...