“ทรัมป์” กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ก่อนเจรจาสันติภาพ
"ทรัมป์" เพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ขณะการหยุดยิงยังไร้เสถียรภาพและการสู้รบในภูมิภาคยังดำเนินต่อ
วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 13.02 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพิ่มแรงกดดันต่อเตหะรานก่อนการเจรจาที่มีเป้าหมายเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวให้เป็นสันติภาพระยะยาว หลังสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนหลายพันรายและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย
แม้มีการประกาศหยุดยิง แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง โดยคูเวต รายงานการโจมตีด้วยโดรนขนาดใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และกล่าวหาอิหร่าน รวมถึงกลุ่มตัวแทนว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งประกาศได้เพียงไม่กี่วัน
คณะผู้แทนจากสหรัฐและอิหร่านมีกำหนดพบกันที่ปากีสถานในวันเสาร์นี้ โดยประเด็นสำคัญคือการกลับมาเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดสงครามรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก
ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า อิหร่านดำเนินการอย่างน่าผิดหวัง ในการปล่อยให้น้ำมันผ่านฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่า สหรัฐจะทำให้น้ำมันกลับมาไหลเวียน ไม่ว่าจะมีอิหร่านช่วยหรือไม่ก็ตาม และยังคัดค้านแนวคิดของอิหร่านในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว
ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ การสัญจรผ่านฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง และยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่สถานการณ์ในเลบานอน ยังคงเป็นอีกจุดเสี่ยงสำคัญ จากการที่อิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลลาห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน
ด้าน ประธานาธิบดีอิหร่าน Masoud Pezeshkian ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และอาจทำให้การเจรจาสันติภาพไร้ความหมาย
แม้ความตึงเครียดยังสูง แต่ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่าการเจรจามีโอกาสประสบความสำเร็จ โดยระบุว่า ผู้นำอิหร่านมีเหตุผลมากกว่าที่แสดงออกในที่สาธารณะ พร้อมเผยว่า Benjamin Netanyahu จะลดระดับการโจมตีในเลบานอน หลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างสองฝ่าย
อย่างไรก็ตามความไม่ชัดเจนของข้อตกลงหยุดยิงยังคงเป็นปัญหา โดยก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี Shehbaz Sharif ซึ่งเป็นคนกลาง ระบุว่าเลบานอนอยู่ในข้อตกลงหยุดยิง แต่สหรัฐและอิสราเอลกลับปฏิเสธ
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน Mojtaba Khamenei ส่งสัญญาณว่าประเทศจะยกระดับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ยังย้ำข้อเรียกร้องเรื่องค่าชดเชยจากสงคราม ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สหรัฐยากจะยอมรับ
สถานการณ์ล่าสุดยังสร้างความกังวลต่อโอกาสของข้อตกลงระยะยาว โดยมีรายงานการโจมตีเพิ่มเติมในภูมิภาค แม้อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินการทางทหารหลังหยุดยิง
ผลกระทบด้านพลังงานเริ่มชัดเจน โดยซาอุดีอาระเบียสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันมากกว่า 500,000 บาร์เรลต่อวัน หลังถูกโจมตี และท่อส่ง East-West ถูกกระทบทำให้กำลังส่งลดลงอีก 700,000 บาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันจึงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย Brent เคลื่อนไหวใกล้ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นจากความหวังต่อการเจรจา
ทั้งนี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 5,500 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 3,600 ราย และในเลบานอนกว่า 1,700 ราย ขณะที่สหรัฐฯ สูญเสียกำลังพล 13 นาย
อ้างอิง : www.bloomberg.com